หลินเสี่ยวเสี่ยวชะงักไป เธอคอยสังเกตท้องของตัวเองอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่รู้สึกว่ามันเปลี่ยนแปลงไปมากนัก
ทว่าพอหลี่หยวนหยวนทักขึ้นมา หลินเสี่ยวเสี่ยวก็ลองมองท้องตัวเองอย่างละเอียด แล้วพบว่ามันดูใหญ่ผิดปกติอยู่จริง ๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่หยวนหยวน ลู่เย่ซึ่งกังวลอยู่ก่อนแล้วก็ยิ่งกระวนกระวาย เขารีบพูดขึ้นทันทีว่า
“ที่รัก! เราไปโรงพยาบาลตรวจดูหน่อยเถอะ!”
หลินเสี่ยวเสี่ยวตบแขนลู่เย่เบา ๆ อย่างอ่อนใจ
“ฉันไม่เป็นไร ไม่ต้องไปโรงพยาบาลหรอก ข้างนอกหิมะตกหนักเดินทางก็ไม่สะดวก คุณลืมความสามารถของฉันไปแล้วหรือไง?”
ลู่เย่ชะงักไป ก่อนจะสงบลงได้เล็กน้อย
ถึงอย่างไรในตอนนี้แพทย์แผนจีนก็ยังไม่ได้รับการยอมรับ หลินเสี่ยวเสี่ยวเองก็ไม่ได้บอกหลี่หยวนหยวนว่าเธอกำลังเรียนแพทย์แผนจีน
ลู่เย่ทำได้เพียงกดความอยากให้หลินเสี่ยวเสี่ยวตรวจให้ทันทีเอาไว้ ฝืนเม้มปากเงียบลง
หลินเสี่ยวเสี่ยวหันไปมองหลี่หยวนหยวนที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ แล้วส่งยิ้มปลอบใจให้
“ไม่เป็นไรหรอกหยวนหยวน ฉันควบคุมปริมาณอาหารอยู่ น่าจะไม่ได้กินเยอะเกินไป”
หลินเสี่ยวเสี่ยวหลุบตามอง ลูบท้องอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยสิ่งที่คาดเดาไว้อย่างมีความหวัง
“พี่ชายสองคนของฉันเป็นฝาแฝด แสดงว่าครอบครัวฉันมีโอกาสได้ลูกแฝดอยู่แล้ว ตอนนี้ท้องฉันใหญ่ขนาดนี้ บางทีอาจจะไม่ได้มีลูกแค่คนเดียวก็ได้นะ!”
ทันทีที่หลินเสี่ยวเสี่ยวพูดจบ สีหน้าของลู่เย่กับหลี่หยวนหยวนก็เปลี่ยนไป
หลี่หยวนหยวนดีใจจนตาเป็นประกาย ในยุคนี้ผู้คนเชื่อว่ามีลูกมากเป็นสิริมงคล เธอจึงดีใจแทนเพื่อนจากใจจริง
