หนังสือแจ้งผลการสอบเข้าแหว่งไปแล้วมุมหนึ่ง ทว่ามือของหลินพั่นตี้กลับถูกมือเล็กนุ่มนิ่มข้างหนึ่งกดเอาไว้กะทันหัน
เฉียวเซิ่งลี่กะพริบดวงตากลมโตไร้เดียงสามองเธอ
“แม่ อย่าทำพังนะครับ คุณลุงบุรุษไปรษณีย์บอกให้แม่เอาไปให้น้า!”
หลินพั่นตี้ชะงักงัน มองดวงตาใสบริสุทธิ์ของลูกชาย ชั่วขณะหนึ่ง เธอกลับรู้สึกละอายจนแทบไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
ถ้าเป็นเมื่อก่อน อย่าว่าแต่เฉียวเซิ่งลี่จะฟังเข้าใจบทสนทนาระหว่างเธอกับบุรุษไปรษณีย์เลย แม้แต่การพูดประโยคยาว ๆ ให้จบประโยคก็ยังเป็นไปไม่ได้
ที่จริงแค่เธอกระตุกมือเบา ๆ มือเล็ก ๆ ของเฉียวเซิ่งลี่ก็ไม่มีทางขวางเธอจากการฉีกหนังสือแจ้งผลการสอบเข้าได้
แต่ไม่รู้เพราะอะไร หลินพั่นตี้กลับทำใจลงมือไม่ไหวเสียอย่างนั้น
“แม่ครับ?”
เสียงใสไร้เดียงสาของเฉียวเซิ่งลี่ดึงหลินพั่นตี้กลับจากภวังค์ เธอหลบสายตาแล้วรีบยัดหนังสือแจ้งผลการสอบเข้ากลับเข้าไปในซองอย่างลวก ๆ
“รู้แล้ว นี่เป็นเรื่องระหว่างผู้ใหญ่สองคนอย่างแม่กับบุรุษไปรษณีย์ อย่าเอาไปพูดข้างนอกมั่วซั่วล่ะ!”
เฉียวเซิ่งลี่เอียงศีรษะน้อย ๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงพูดเรื่องนี้ไม่ได้
หลินพั่นตี้ขยี้หัวเล็ก ๆ ของเขาแรง ๆ อย่างหงุดหงิด
“บอกว่าอย่าพูดก็อย่าพูดสิ ยังเป็นเด็กดีที่เชื่อฟังแม่ที่สุดอยู่หรือเปล่า?”
เฉียวเซิ่งลี่รีบพยักหน้าหงึก ๆ “เชื่อฟังแม่ครับ!”
หลินพั่นตี้พาลูกชายไปหาหมอ จนกระทั่งกลับถึงหมู่บ้านชิงซาน ระหว่างทางมีโอกาสนับครั้งไม่ถ้วนที่เธอจะฉวยจังหวะตอนเฉียวเซิ่งลี่ไม่ทันมอง แล้วทำลายหนังสือแจ้งผลการสอบเข้าได้อย่างง่ายดาย
แต่หลินพั่นตี้รู้สึกเหมือนตัวเองถูกของ เธอทำใจลงมือไม่ได้ได้อย่างไรกัน?
หลินพั่นตี้ยังคงสงสัยตัวเอง ก่อนจะนำหนังสือแจ้งผลการสอบเข้าของหลี่หยวนหยวนกับอีกสองคนไปส่งให้หัวหน้ากองผลิตตามปกติ
