หลินพั่นตี้ที่อยู่ท้ายฝูงชนกำหมัดแน่นขึ้นมาทันที จ้องไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น พลางหวังว่าจะยังมีอะไรพลิกผันได้บ้าง
น่าเสียดายที่เธอคิดไปเอง เมื่อเลขาธิการจ้าวกับผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาได้ฟังคำถามของหลินเสี่ยวเสี่ยว ต่างก็ชะงักไปก่อน
จากนั้นเลขาธิการจ้าวก็ขมวดคิ้ว ถามกลับด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เสี่ยวเสี่ยว หนังสือแจ้งผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยเมืองหลวงส่งมาถึงตั้งนานแล้ว ทำไมเธอถึงยังไม่ได้รับล่ะ?”
หัวใจของหลินเสี่ยวเสี่ยวกระตุกวูบ ใบหน้าซีดเผือดลงเช่นกัน
ชั่วขณะนั้นสมองของเธอว่างเปล่า ทั้งยังเวียนศีรษะจนมึนงง
ลู่เย่รีบเข้ามาประคองหลินเสี่ยวเสี่ยวไว้ ให้เธอพิงร่างเขา
เขาบีบมือเธอเบา ๆ เพื่อปลอบโยน ก่อนจะตอบแทนด้วยสีหน้าหนักใจไม่แพ้กัน
“เลขาธิการจ้าว ช่วงก่อนหน้านี้ผมกับภรรยากลับเมืองหลวงไปร่วมงานศพคุณปู่ของเธอ เพิ่งกลับมาเมื่อ 4 วันก่อนครับ”
“พวกเราไม่ได้รับหนังสือแจ้งผลสอบเข้าเลยครับ!”
“ไม่ทราบว่าหนังสือแจ้งผลสอบเข้ามาถึงตั้งแต่เมื่อไร? บุรุษไปรษณีย์อาจลืมส่งหรือเปล่าครับ?”
ฝูงชนที่มุงดูพลันฮือฮาขึ้นมา
บางคนสงสัยใคร่รู้เฉย ๆ
“ถ้าไม่ได้รับหนังสือแจ้งผลสอบเข้า ก็ไปเรียนมหาวิทยาลัยไม่ได้หรือ? ถ้าอย่างนั้นที่หลินเสี่ยวเสี่ยวสอบได้คะแนนดีขนาดนั้นก็สูญเปล่าน่ะสิ?”
บางคนก็ห่วงเรื่องทุนการศึกษา “ถ้าเธอไปเรียนไม่ได้แล้ว เงิน 200 หยวนยังจะได้อยู่ไหม?”
ส่วนบางคนก็สะใจ “ฉันว่าแล้ว คนเราจะเหลิงเกินไปไม่ได้ หนังสือแจ้งผลสอบเข้าของคนอื่นไม่หาย มีแต่ของเธอที่หาย เป็นเพราะบ้านเธอชอบอวดดีอยู่เรื่อยนั่นแหละ แม้แต่สวรรค์ยังทนดูไม่ไหวแล้ว!”
