กลัวอะไรก็ได้อย่างนั้นจริง ๆ หลินเสี่ยวเสี่ยวกับลู่เย่ยังเดินทางกลับมาไม่ถึงบ้าน หนังสือตอบรับเข้าศึกษาก็มาถึงก่อนแล้ว
เดิมทีหลินพั่นตี้พาลูกชายไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการซ้ำ
ระหว่างทางจากกองผลิตหมู่บ้านไปยังคอมมูน เธอบังเอิญเจอบุรุษไปรษณีย์ที่กำลังนำจดหมายไปส่ง
รถของบุรุษไปรษณีย์เหยียบก้อนหินจนเสียหลักล้มกระเด็นออกไป ไม่เพียงรถจะพัง แต่ขาของเขายังหักด้วย
พอเห็นหลินพั่นตี้ผ่านมาพอดี บุรุษไปรษณีย์ก็รีบขอความช่วยเหลือจากเธอ
“สหาย ช่วยหน่อยได้ไหมครับ?”
เดิมทีหลินพั่นตี้ไม่คิดจะยุ่ง เธอไม่ใช่คนมีน้ำใจหรือใจดีอะไรอยู่แล้ว
แต่เมื่อเห็นหนังสือตอบรับเข้าศึกษาหลายฉบับหล่นออกมาจากกระเป๋าของบุรุษไปรษณีย์ เธอก็นึกถึงท่าทางภาคภูมิใจของคนในกองผลิตหมู่บ้านที่เพิ่งได้รับหนังสือตอบรับกันเมื่อไม่นานมานี้
หลินพั่นตี้อดสงสัยไม่ได้ว่าคราวนี้หนังสือตอบรับเป็นของใคร
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปช่วยพยุงบุรุษไปรษณีย์ขึ้นมา
บุรุษไปรษณีย์กล่าวขอบคุณซ้ำ ๆ “ขอบคุณนะครับสหาย สหายอยู่กองผลิตหมู่บ้านไหนหรือ?”
“ช่วยไปเรียกหัวหน้ากองผลิตของหมู่บ้านชิงซานที่อยู่ข้างหน้าให้ผมหน่อยได้ไหมครับ?”
“หนังสือตอบรับพวกนี้เป็นของคนในหมู่บ้านชิงซานทั้งนั้น ตอนนี้ผมไปส่งต่อไม่ไหวแล้ว ต้องให้คนในกองผลิตหมู่บ้านมารับหนังสือกลับไป แล้วก็ช่วยพาผมไปโรงพยาบาลด้วยครับ”
แววตาของหลินพั่นตี้ไหววูบ ความอยากรู้อยากเห็นธรรมดา ๆ ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความคิดคำนวณ
หนังสือตอบรับทั้งหมดเป็นของคนในหมู่บ้านชิงซาน แล้วจะมีของหลินเสี่ยวเสี่ยวอยู่ในนั้นด้วยไหมนะ?
