บรรยากาศรอบตัวลู่เย่พลันเย็นเยียบลง สายตาคมกริบประหนึ่งคมมีดจ้องหลินพั่นตี้เขม็ง
หลินพั่นตี้หดตัวด้วยความหวาดกลัว แต่ยังอยากอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง
ทว่าชั่วพริบตาถัดมา ลู่เย่ก็ยื่นมือคว้าคอเสื้อเธอไว้อย่างรวดเร็ว
จากนั้นหลินพั่นตี้ก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นว่าวที่สายป่านขาด ถูกลู่เย่เหวี่ยงออกไปอย่างง่ายดาย
“ปัง!”
หลินพั่นตี้ร่วงลงไปในแอ่งโคลนริมทางอย่างแรง โคลนกระเซ็นเปื้อนเต็มตัวและใบหน้า
หลินพั่นตี้พยายามยันตัวลุกขึ้น ตั้งใจจะปีนออกจากแอ่งโคลน แต่ลู่เย่เดินเข้ามาเตะไหล่เธออีกครั้ง เธอจึงตกกลับลงไปในแอ่งโคลน
เธออ้าปากร้องด้วยความตื่นตระหนกโดยไม่รู้ตัว ทว่ากลับกลืนโคลนเข้าไปเต็มปาก
กว่าจะดิ้นรนลุกขึ้นนั่งได้ เธอก็ไม่กล้าปีนไปทางขอบแอ่งโคลนอีกแล้ว
ลู่เย่ปรายตามองหลินพั่นตี้จากเบื้องบน น้ำเสียงเย็นชาจนแทบแช่แข็งคนได้
“ปากเหม็นขนาดนี้ ฉันก็ช่วยล้างให้หน่อย หลินพั่นตี้ ถ้าเธอยังใส่ร้ายแช่งเสี่ยวเสี่ยวอีก คราวหน้าฉันจะไม่แค่โยนเธอลงแอ่งโคลนแล้ว!”
หลินพั่นตี้เต็มปากไปด้วยโคลนคาวเหม็น เดิมทีก็พูดไม่ออกอยู่แล้ว พอถูกลู่เย่ขู่เข้าอีกก็ไม่กล้าปริปากสักคำ
แต่ลู่เย่ไม่ยอมปล่อยเธอไป เขาตวาดเสียงเย็น “เข้าใจหรือยัง!”
หลินพั่นตี้สะดุ้ง ตัวสั่นเทา ความกดดันรอบกายบอกเธอว่าหากไม่ทำตามลู่เย่ตอนนี้ เธอต้องตกอยู่ในอันตรายแน่ จึงรีบพยักหน้ารัว ๆ อย่างลนลาน
ลู่เย่จ้องเธออีกครั้ง ก่อนตวาดเสียงต่ำ “ไสหัวไป!”
หลินพั่นตี้ราวกับได้รับการอภัย เธอคลานตะเกียกตะกายออกจากแอ่งโคลนทางอีกฝั่ง แล้ววิ่งหนีไปอย่างทุลักทุเล
ลู่เย่จ้องตามจนเธอวิ่งลับไป จึงค่อยละสายตากลับมา
ความโกรธในดวงตายังไม่จางหายไปทั้งหมด
เขาไม่เชื่อคำใส่ร้ายของหลินพั่นตี้เลยสักนิด ต่อให้ความฝันที่เธอพูดถึงเป็นเรื่องจริงแล้วจะอย่างไร ขอเพียงเป็นหลินเสี่ยวเสี่ยว ต่อให้ต้องบุกดงดาบลุยทะเลเพลิง เขาก็จะแต่งงานกับเธอ!
