หลินเสี่ยวเสี่ยวสะดุ้ง รีบหันไปมอง ก็เห็นป้าคนหนึ่งคาดปลอกแขนแดง วิ่งหน้าตาถมึงทึงตรงมาทางเธอกับลู่เย่
ยังไม่ทันที่หลินเสี่ยวเสี่ยวจะตั้งสติแล้วลากลู่เย่วิ่ง ความรู้สึกตัวลอยขึ้นกะทันหันทำให้เธอหลุดเสียงอุทานเบา ๆ สัญชาตญาณทำให้สองมือกอดคอลู่เย่ที่อุ้มเธอขึ้นมาแน่น
ลู่เย่ยิ้มอยู่ในดวงตา โน้มหน้าลงมากระซิบว่า “กอดให้แน่น!”
วินาทีต่อมา เขาก็พุ่งทะยานออกไปพร้อมอุ้มเธอไว้ รวดเร็วราวเสือชีตาห์ปราดเปรียว
หลินเสี่ยวเสี่ยวสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของชายหนุ่ม เงยหน้ามองแนวกรามคมชัดของเขา ความรู้สึกปลอดภัยแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาอย่างเต็มเปี่ยม
เสียงลม เสียงหัวใจเต้นที่แยกไม่ออกว่าเป็นของใคร รวมถึงเสียงตะคอกอย่างเดือดดาลของป้าคาดปลอกแขนแดงที่ไล่หลังมา “หยุดนะ!” ต่างก้องอยู่ข้างหู
หลินเสี่ยวเสี่ยวค่อย ๆ รู้สึกว่าโลกกำลังถอยห่าง ราวกับบนโลกนี้เหลือเพียงเขากับเธอ
ไม่รู้ว่าเพราะความตื่นเต้นหรืออะไรบางอย่างแทรกเข้ามาในใจ หัวใจถึงได้ร้อนรุ่มขนาดนี้
ลู่เย่ราวกับไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของหลินเสี่ยวเสี่ยวเลย อุ้มเธอวิ่งไปนานกว่าสิบนาที
ป้าคาดปลอกแขนแดงถูกลู่เย่พาวิ่งวนไปวนมา ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน แม้จะเหนื่อยจนหอบแฮ่กก็ยังไล่ตามไม่เลิก
ในที่สุด ลู่เย่ก็พบช่องว่างระหว่างกำแพงที่พอให้คนเข้าไปได้แค่สองคน เขาวางหลินเสี่ยวเสี่ยวลง โอบรอบตัวเธอ ก่อนแนบชิดร่างกายแล้วแทรกตัวเข้าไปหลบอย่างว่องไว
พื้นที่คับแคบยิ่งทำให้หลินเสี่ยวเสี่ยวประหม่า
เธอไม่สนใจแล้วว่าตอนนี้ระยะห่างระหว่างตัวเองกับลู่เย่เป็นศูนย์ ฟังเสียงฝีเท้าและลมหายใจของป้าคาดปลอกแขนแดงที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงหอบของลู่เย่หลังวิ่งมา จึงยกมือเล็ก ๆ ขึ้นปิดปากเขา
ป้าคาดปลอกแขนแดงหยุดอยู่ด้านนอกช่องกำแพง เท้าแขนกับเข่าพลางหอบหายใจแรง
“หนีไปไหนแล้ว? ไอ้คู่ชายหญิงชั่วช้าวิ่งเร็วจริง! ต้องรู้สึกผิดอยู่แน่ ๆ! ฉันจะจับให้ได้ แล้วลากไปโกนผมครึ่งหัว!”
