กู้หลินจ้องข้อความนั้นอยู่สองวินาที ก่อนจะล็อกโทรศัพท์เงียบ ๆ
จู่ ๆ เขาก็พบว่าไม่ว่าจะได้กลับมาใช้ชีวิตใหม่กี่ครั้ง การเดินตรวจผู้ป่วยตามอาจารย์แพทย์ก็ยังเป็นเรื่องที่ทำให้หายใจไม่ทั่วท้องเหมือนเดิม
โดยเฉพาะตอนแปดโมงเช้า
เขาก้มหน้ากินบะหมี่ต่อ ซดน้ำซุปร้อน ๆ ลงไป ในที่สุดท้องก็รู้สึกสบายขึ้น
คนในร้านเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เจ้าของร้านกำลังวุ่นอยู่กับการยกบะหมี่และเก็บเงิน ส่วนกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กำลังคุยเรื่องสอบปลายภาคกับฝึกงาน เสียงพูดคุยจอแจ
แต่บรรยากาศเรียบง่ายแบบนี้กลับทำให้กู้หลินรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานาน
เขากินบะหมี่เงียบ ๆ นานทีถึงจะไม่คิดอะไรเลย
จังหวะนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียง “โครม” ดังมาจากข้าง ๆ ราวกับเก้าอี้ถูกกระแทกออกอย่างแรง
เสียงอึกทึกครึกโครมในร้านเงียบลงชั่วขณะ
กู้หลินเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ เห็นชายวัยกลางคนที่โต๊ะริมหน้าต่างกำลังพยุงตัวกับขอบโต๊ะ ใบหน้าซีดเผือดจนน่าตกใจ หายใจหอบถี่อย่างเห็นได้ชัด ไม่นานเหงื่อเย็นก็ผุดเต็มหน้าผาก
หญิงสาวที่นั่งข้างเขาตื่นตระหนกขึ้นมาทันที
“พ่อ?”
“พ่อเป็นอะไรไป?!”
ชายคนนั้นเจ็บปวดจนพูดไม่ออก ได้แต่ขมวดคิ้ว มือข้างหนึ่งกดหน้าอกแน่น
คนที่มุงดูอยู่รายล้อมเป็นวง
“เป็นโรคหัวใจหรือเปล่า?”
“รีบโทรเรียกรถพยาบาลเร็ว!”
เจ้าของร้านรีบวิ่งเข้าไปหา สีหน้าตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเกิดเรื่องขึ้นในร้านของเธอ ธุรกิจต่อจากนี้คงได้รับผลกระทบหนักแน่
เจ้าของร้านร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก
