เจิ้งฉ่วยถือโทรศัพท์ สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนจากตกตะลึง เป็นเหลือเชื่อ แล้วก็ชาด้าน
อาจารย์จากฝ่ายการศึกษาและวิจัยยังรอคำตอบอยู่อีกฝั่งของสาย
“ผอ.เจิ้ง ยืนยันตามนี้นะครับ?”
เจิ้งฉ่วยสูดหายใจเข้าลึก ๆ
“ผมต้องยืนยันอะไร?”
อาจารย์จากฝ่ายการศึกษาและวิจัย: “……”
เจิ้งฉ่วยก้มมองบันทึกการสอนบนโต๊ะตัวเอง ก่อนเงยหน้ามองกู้หลินที่นั่งอยู่ไม่ไกล
กู้หลินยังดูงุนงง เหมือนไม่รู้เลยว่าตัวเองเพิ่งทำให้อาจารย์ผู้ดูแลต้องเดือดร้อนตามไปด้วยตั้งแต่เช้าตรู่
เจิ้งฉ่วยรู้สึกอึดอัดในอกยิ่งกว่าเดิม
“แค่ย้ายกู้หลินไปก็พอแล้ว ทำไมถึงย้ายผมไปด้วย?”
เสียงของอาจารย์จากฝ่ายการศึกษาและวิจัยฟังดูจนใจไม่แพ้กัน
“ผอ.หานระบุหมายเหตุไว้ว่า สถานการณ์ของนักศึกษากู้หลินค่อนข้างพิเศษ จำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษในด้านหลอดเลือดที่ซับซ้อนของแผนกศัลยกรรมประสาท”
“คุณคุ้นเคยกับกู้หลินมากกว่า จึงให้เข้าร่วมทีมของผอ.หานในฐานะอาจารย์ผู้ดูแลการฝึกปฏิบัติด้วยครับ”
เจิ้งฉ่วย: “……”
ฟังดูรอบคอบดีเหลือเกิน แย่งนักเรียนไปแล้วยังจัดตำแหน่งอาจารย์ผู้ดูแลให้เขาด้วย นี่มันยกทั้งผักกาดทั้งคนปลูกไปพร้อมกันชัด ๆ ไม่ใช่หรือไง?
เจิ้งฉ่วยถือโทรศัพท์นิ่งอยู่นาน รู้สึกขมขื่นอยู่ในใจ ทั้งยังมีความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกปะปนอยู่ด้วย
เขายังไม่ยอมแพ้ จึงถามย้ำอีกครั้ง
“ผอ.หานเป็นคนเสนอเองเหรอ?”
“ใช่ครับ ผอ.หานเป็นคนเสนอเอง”
“เข้าใจแล้ว”
พอวางสาย ทุกคนในห้องทำงานต่างก็ก้มหน้าลง แสร้งทำเป็นยุ่งกับงาน เสียงแป้นพิมพ์ดังแกรกกรากประสานกันอย่างพร้อมเพรียงเป็นพิเศษ
