เจิ้งฉ่วยกับกู้หลินสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนหันไปมองหานเส้าถิง แล้วก็เห็นว่าอีกฝ่ายขยับปากเหมือนกำลังไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
กู้หลินมองเฉิงอวี่อันอีกครั้ง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้น
“ผอ.หาน ผมว่าเราควรตรวจหลอดเลือดสมองดูครับ”
กู้หลินมองเด็กที่นอนอยู่บนเตียง
“มีอาการอัมพาตครึ่งซีกชั่วคราวซ้ำ ๆ แล้วก็ฟื้นตัวได้หลังอาการกำเริบ ช่วงแรกอาจตรวจไม่พบความผิดปกติชัดเจนจากซีทีหรือเอ็มอาร์ไอทั่วไป”
“ปัจจัยกระตุ้นก็ค่อนข้างชัด ทั้งอารมณ์แปรปรวน หายใจแรง และอ่านหนังสือออกเสียงเป็นเวลานาน ล้วนส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดในสมองได้”
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครพูดอะไร กู้หลินจึงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเสริมอีกประโยค
“ถ้าหลอดเลือดสมองมีปัญหาเรื่องการสำรองเลือดอยู่ก่อนแล้ว ก็มีโอกาสกระตุ้นให้เกิดภาวะขาดเลือดชั่วคราวได้ครับ”
เจิ้งฉ่วยได้ยินถึงตรงนี้ก็เริ่มครุ่นคิด
“นายสงสัยว่าเป็นปัญหาที่หลอดเลือดเหรอ?”
หลินหว่านชะงักไป เธอกำชายเสื้อแน่นด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย
“หมายความว่ายังไง?”
กู้หลินหันไปมองเธอ
“ตอนนี้ยังระบุไม่ได้แน่ชัดว่าเป็นชนิดไหน แต่ต้องตรวจดูหลอดเลือดสมองเพิ่มเติมครับ”
“ปัญหาบางอย่างไม่เห็นชัดจากการตรวจทั่วไป ต้องตรวจแบบเจาะจงมากขึ้นถึงจะพบ”
ใบหน้าของหลินหว่านซีดลงเล็กน้อย เธอพยายามหาความอุ่นใจจากผลการตรวจ
“แต่เราตรวจเอ็มอาร์ไอแล้วนะ”
หานเส้าถิงเอ่ยขึ้น อธิบายให้หลินหว่านเข้าใจอย่างตรงไปตรงมา
“เอ็มอาร์ไอทั่วไปตรวจเนื้อสมอง ส่วนเอ็มอาร์เอ ซีทีเอ และการตรวจการไหลเวียนเลือด ใช้ดูหลอดเลือดกับเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง”
