การกล่าวชมบุรุษว่ารูปงามในราชสำนักหาใช่เรื่องดีไม่ ทั้งยังอาจนำพาข่าวลือไม่ดีมาอีกด้วย
ฉู่เสียนยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นอย่างฉับพลันแล้วโน้มตัวเข้ามา จุ๊บลงบนใบหน้าเขาอีกครั้ง “ทราบแล้วเพคะ ต่อไปหม่อมฉันจะไม่พูดข้างนอก จะพูดต่อหน้าพระองค์เท่านั้น”
เซียวเสวียนจิ่งนิ่งงันไปอีกครา
……
เสียงพูดเจื้อยแจ้วดังไม่ขาดสาย
เมื่อเซียวเสวียนจิ่งได้สติอีกครั้ง ฉู่เสียนก็พูดถึงเรื่องเด็กในครรภ์ไปนานแล้ว
“ที่จริงเมื่อครู่หม่อมฉันไม่ได้ล้อพระองค์นะเพคะ อายุครรภ์เท่านี้ เด็กในท้องหม่อมฉันได้ยินเสียงและพูดคุยกับพวกเราได้แล้ว องค์รัชทายาทเป็นบิดาของเด็ก หม่อมฉันเป็นห่วงพระองค์ เขาย่อมได้ยินเช่นกันเพคะ” ฉู่เสียนกล่าวอย่างจริงจัง
เซียวเสวียนจิ่งพลันรู้สึกความคิดปั่นป่วนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
เขาหลับตาลงครู่หนึ่งทันที เพื่อรวบรวมสติกลับคืนมา ครู่ต่อมาจึงเหลือบมองท้องของนางอย่างมีนัย
“ความคิดของเจ้านี่ช่างพิสดารนัก”
“อะไรเพคะ พระองค์ไม่เชื่อหรือ?” ฉู่เสียนยิ้มพลางกะพริบตาปริบ ๆ
เซียวเสวียนจิ่งไม่ตอบ
ฉู่เสียนกลอกตาไปมา จู่ ๆ ก็คิดอะไรขึ้นมาได้ จึงยื่นมือไปคว้านิ้วก้อยขององค์รัชทายาทที่วางอยู่ข้างกายไว้
เซียวเสวียนจิ่งหลุบตามอง “ทำอะไร?”
ฉู่เสียนยกมุมปาก “ไม่มีอะไรเพคะ เพียงแต่ตอนนี้พระองค์อยากลูบท้องลูกหรือไม่? ลองดูว่าเขาได้ยินคำพูดของหม่อมฉันแล้วจะเตะพระองค์หรือเปล่า”
เซียวเสวียนจิ่งแปลกใจ
ภายในห้องเงียบงันไปหลายอึดใจ
ฉู่เสียนดึงมือองค์รัชทายาทมาวางบนท้องของตน