“คราวหน้าตรงไปหาสกุลฉู่ก็พอแล้ว” อย่างไรก็ควรบอกกล่าวล่วงหน้าสักคำ มิฉะนั้นหากนางไปหาอีกฝ่ายโดยไม่มีเหตุผล คนอื่นอาจไม่ยินดีต้อนรับ
“มีคนจากตระกูลเดิมคอยช่วยเหลือ ช่างดีจริง ๆ”
แต่ฉู่เสียนกลับอดอิจฉาขึ้นมาไม่ได้
สถานการณ์ของครอบครัวในชาตินี้... นางพยายามอย่างหนักแล้ว แต่ยังติดต่อพี่ชายหลายคนที่ถูกเนรเทศไม่ได้
ชุนหยากล่าวว่า “เหนียงเหนียงอย่าทรงเสียพระทัยเลยเพคะ องค์ชายพระองค์น้อยประสูติแล้ว วันหน้าชีวิตย่อมดีขึ้น ต้องมีโอกาสติดต่อกันได้แน่เพคะ”
นับว่าโชคดีที่บ่าวน้อยซึ่งออกไปทำธุระนอกวังผู้นั้นพึ่งพาได้อยู่บ้าง
หรืออาจเป็นเพราะบัดนี้ฉู่เสียนมีบุตรแล้วก็ได้
พวกเขาจึงไม่กล้าดูแคลนนางมากนัก
บ่าวน้อยที่ฉู่เสียนฝากฝังไว้ ใช้เวลาเพียงสามวันก็หาหยกที่ผ่านพิธีปลุกเสกมาให้นางได้
ฉู่เสียนถอนหายใจโล่งอก “ดีเหลือเกิน เช่นนี้ข้าก็ไม่ต้องคัดพระสูตรแล้ว” นางส่งของขวัญวันคล้ายวันประสูติของไทเฮาให้บ่าวรับใช้
ของขวัญถูกเก็บไว้ในกล่องใบเล็กที่ประณีตงดงามเป็นพิเศษ
บ่าวรับใช้หลายคนเก็บรักษาไว้อย่างระมัดระวัง
ทว่าเมื่อถึงวันที่ 28 เดือนเจ็ด ซึ่งเป็นสองวันก่อนวันคล้ายวันประสูติของไทเฮา ในวังก็มีข่าวใหญ่ที่ทำให้ทุกคนแตกตื่นแพร่สะพัดออกมาอย่างกะทันหัน นั่นคือพบว่าพระสวามีขององค์หญิงรองมีบุตรนอกสมรส
เมื่อเรื่องนี้แพร่ออกไป
ทั้งวังต่างตกตะลึง
ไม่ว่าราชสำนักฝ่ายหน้าหรือฝ่ายใน
ไม่ว่าจะเป็นทางฮ่องเต้หรือตำหนักบูรพา ต่างล้วนประหลาดใจยิ่งนัก
อย่างไรเสีย ก่อนหน้านี้ไม่นานองค์หญิงรองยังเข้าวังพร้อมพระสวามีเพื่อถวายพระพรฮองเฮา ทั้งสองดูสนิทสนมรักใคร่กันเป็นอย่างดี