เช้าวันถัดมา ยามฉู่เสียนตื่นขึ้นอีกครั้ง องค์รัชทายาทก็ไม่อยู่แล้ว
จะกล่าวว่าองค์รัชทายาทไร้น้ำใจจากไปก็ไม่ได้
เพราะยามนี้ล่วงเข้าสู่เที่ยงวันแล้ว
ถึงเวลาเช่นนี้ องค์รัชทายาทคงจัดการธุระร่วมกับเหล่าองค์ชายในห้องทรงพระอักษรเสร็จไปแล้วรอบหนึ่ง
นางเพิ่งตื่นเอาป่านนี้
ชุนหยาและชุนเซียงเห็นนางตื่นแล้วก็ยิ้มแย้มเข้ามาช่วยสวมรองเท้าให้ “เหนียงเหนียง ยามที่ท่านบรรทมเมื่อเช้า องค์ชายยังทรงกำชับไม่ให้พวกบ่าวปลุกท่านเลยเพคะ”
ฉู่เสียนไม่ใส่ใจ “ข้าหิวแล้ว บอกเฉินลิ่วให้ทำปลากะรอกผัดซอสหวานเป็นอาหารกลางวันให้ข้าสักจาน จู่ ๆ ก็อยากกินขึ้นมาเป็นพิเศษ”
องค์รัชทายาทจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญ เรื่องกินสำคัญกว่า
นางลุกขึ้นรวบผมอย่างลวก ๆ แล้วเดินไปดูเด็กน้อยที่ห้องข้าง ๆ “เจ้าตัวนี้ไม่รู้ตื่นหรือยัง”
……
ทว่าเวลานี้ ไท่จื่อเฟยยังคงขุ่นเคืองไม่น้อย เพราะเมื่อวานคนในห้องเครื่องชั้นหลังถูกปลดออกไปชุดหนึ่ง
พ่อครัวจาง รวมถึงขันทีน้อยอีกหลายคน ล้วนถูกทางองค์รัชทายาทเปลี่ยนตัวออก
คนหายไปเกือบหนึ่งในสาม
พ่อครัวจางยิ่งถูกส่งไปขัดส้วมม้า
นับแต่นี้อย่าหวังว่าจะได้กลับไปทำงานในห้องเครื่องชั้นหลังอีก
คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนของนางที่อุตส่าห์อาศัยเส้นสายสารพัดกว่าจะสอดแทรกเข้ามาได้ หลังจากเข้าตำหนักบูรพา
เพียงครู่เดียว องค์รัชทายาทก็จัดการคนของนางไปเกือบครึ่ง
จากนั้นยังเปลี่ยนผู้ดูแลชุดใหม่เข้ามาอีก
คนกลุ่มนี้เป็นคนที่องค์รัชทายาทสั่งให้กองกิจการในวังส่งมา
พ่อครัวก็เช่นกัน
อีกทั้งทางองค์รัชทายาทยังแจ้งว่า ต่อไปวัตถุดิบอาหารของเรือนฉู่เสียนและเสิ่นเหลียงหยวนจะไม่ลงบัญชีตำหนักบูรพา แต่ให้ลงบัญชีของพระองค์โดยตรง