“อัปมงคลนัก ข้าไม่อยากแม้แต่จะเข้าไปในห้องคลอด” ไท่จื่อเฟยกลับมายังเรือนด้านหลังแล้วเอ่ยด้วยความรังเกียจ
“กำชับท่านหมอหลวง ให้รีบจัดยาเสีย”
เมื่อนึกถึงแม่นมสองคนที่ถูกส่งกลับมา ยามนี้นางเห็นสตรีแซ่ฉู่แล้วรู้สึกขัดหูขัดตาไปหมด
……
ภายในห้องอันเงียบสงบมีธูปหอมกำลังลุกไหม้
กลิ่นลูกแพร์จาง ๆ ช่วยกลบกลิ่นยา
ควันธูปลอยอ้อยอิ่ง
หน้าต่างภายในห้องเปิดแง้มไว้เล็กน้อย
สายลมอ่อนพัดลอดเข้ามา
ยามฉู่เสียนลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน นางจึงมึนงงอยู่ชั่วขณะ เหนือศีรษะเป็นขื่อคาน นางจ้องมองขึ้นไปเบื้องบนอยู่นาน กว่าจะได้สติกลับคืนมา
“เหนียงเหนียง! เหนียงเหนียงฟื้นแล้วหรือเพคะ! ในที่สุดเหนียงเหนียงก็ฟื้นแล้ว!” กระทั่งเสียงร้องด้วยความยินดีของสาวใช้ดังขึ้นจากด้านนอกอย่างกะทันหัน
ฉู่เสียนจึงสะดุ้ง หันหน้าไปมอง สติค่อย ๆ กลับคืนมา นางขมวดคิ้ว
“ชุน…เซียง?”
ทว่ายามเอ่ยปาก เสียงของนางแหบพร่าจนเจ็บคออย่างยิ่ง ราวกับถูกกระดาษทรายขัดถู
ความเจ็บทำให้นางไอขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“เหนียงเหนียง ไม่เป็นไรใช่ไหมเพคะ” ชุนเซียงกับชุนหยาที่เพิ่งตื่นเต้นจนรีบพุ่งมาถึงข้างเตียงต่างสะดุ้ง รีบเข้ามาตรวจดูฉู่เสียน
“เหนียงเหนียงไม่สบายตรงไหนหรือเพคะ บ่าวจะไปตามหมอหลวงเดี๋ยวนี้”
ฉู่เสียนกลับส่ายหน้า ไออยู่สองครั้งก่อนเอ่ยว่า “ไม่เป็นไร ข้าหลับไปกี่วันแล้ว” นางเอ่ยพลางขอน้ำ “เพียงแต่เจ็บคออยู่บ้าง”
ชุนหยารีบก้าวเข้ามา ประคองนางให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วนำหมอนนุ่มมารองหลังให้นาง ก่อนจะเรียกหม่าเฉียนเข้ามา “เจ้าไปตามหมอหลวง บอกว่าเหนียงเหนียงฟื้นแล้ว”
