เรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วทุกแห่ง
อย่างไรเสีย องค์รัชทายาทก็อภิเษกมาหลายปีแล้ว
กลับยังไม่มีบุตรแม้แต่คนเดียว
จู่ๆ ก็มีโอรสขึ้นมา
ใครเล่าจะไม่รู้สึกแปลกใจ
ทางฮองเฮาย่อมทราบข่าวอย่างรวดเร็วเช่นกัน
“เป็นโอรสจริงๆ ด้วย สตรีสกุลฉู่นางนี้ช่างโชคดีนัก” ทว่าฮองเฮากลับรู้สึกขมขื่นอยู่บ้าง ฝืนยิ้มอย่างไรก็ยิ้มไม่ออก
“หากไท่จื่อเฟยให้กำเนิดก็คงดี” ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงนี้ยังมีข่าวลือเช่นนั้นแพร่ออกมาอีก
ฝ่าบาททรงรังเกียจชาติกำเนิดของสตรีสกุลฉู่
ย่อมต้องทรงชิงชังชาติกำเนิดของเด็กด้วย
นางคิดจะให้ไท่จื่อเฟยแย่งเด็กไปก็ไร้ความหมาย รังแต่จะทำให้ฮ่องเต้ขุ่นเคืองเสียเปล่า
เหล่าแม่นมที่อยู่โดยรอบไม่กล้าปริปาก
สีหน้าฮองเฮาหม่นคล้ำ แต่ท้ายที่สุดก็ยังรับสั่งให้บ่าวนำของพระราชทานไปส่งยังตำหนักจิ่นเซียง
ทั่วทั้งวังหลังถูกข่าวดีนี้ทำให้ตื่นตะลึงในเวลาไม่นาน
พระสนมซูเฟย พระสนมเสียนเฟย และพระสนมเหลียงเฟยต่างก็ทราบข่าวเช่นกัน
พวกนางจึงสั่งให้บ่าวของตนส่งของขวัญไปให้ฉู่เสียน
ถึงอย่างไรฉู่เสียนก็เป็นบุตรีขุนนางผู้ต้องโทษ แม้ชาติกำเนิดไม่สูงส่ง
แต่บัดนี้นางก็ให้กำเนิดโอรสแก่องค์รัชทายาทแล้ว
อย่างไรก็ต้องไว้หน้านางสักหน่อย
ชั่วพริบตาเดียว ตำหนักจิ่นเซียงก็เปี่ยมด้วยบรรยากาศมงคล ในที่สุดก็เชิดหน้าชูตาขึ้นมาได้
บ่าวที่เดินผ่านต่างพากันแย่งกล่าวแสดงความยินดีกับสาวใช้และบ่าวในเรือนของฉู่เสียน
“ยินดีด้วยเจ้าค่ะ พี่ชุนเซียง พี่ชุนหยา”
ชุนหยา ชุนเซียง หม่าเฉียน และเซี่ยเหลียน ต่างยิ้มจนแก้มแทบปริมาตั้งแต่เช้า
