ยิ่งไปกว่านั้น หวังเฟิ่งอี๋ยังมีไข้สูง ใบหน้าร้อนผ่าวแดงก่ำเพราะพิษไข้ ดูอ่อนระโหยโรยแรงยิ่งนัก
“เหตุใดจึงดูอาการหนักถึงเพียงนี้” ฉู่เสียนขมวดคิ้ว พลางหันไปมองบ่าวที่ปรนนิบัติอยู่ข้างกาย
หงเหอถอนหายใจ “เหนียงเหนียงไม่ได้พักผ่อนให้ดีตลอดการเดินทาง ทั้งยังถูกความหนาวเย็น จึงมีสภาพเช่นนี้เพคะ”
ฉู่เสียนรีบสั่งบ่าวข้างกายให้นำโสมป่าที่เตรียมไว้ล่วงหน้ามามอบให้ “ต้องให้หมอหลวงตรวจดูให้ละเอียด อย่าให้เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นอีก”
หวังเฟิ่งอี๋ยิ้มพลางกล่าวขอบคุณ ก่อนจะไออีกหลายครั้ง “ทำให้ท่านต้องเห็นสภาพน่าขันแล้ว” ทว่าน้ำเสียงกลับขึ้นจมูกอย่างหนัก
ฉู่เสียนพูดคุยกับนางอีกครู่หนึ่ง จึงค่อยเดินออกจากข้างรถม้าของนาง
