นางพลันลุกพรวดขึ้นจากตั่งกุ้ยเฟย ความง่วงงุนมลายหายไปในทันใด “อะไรนะ? จะคลอดแล้วหรือ?”
ชิวอวี่เห็นดังนั้นก็ลนลาน “เหนียงเหนียง ยาที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ จะให้บ่าวนำไป...”
ไท่จื่อเฟยชะงัก ก่อนจะนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้เช่นกัน ใบหน้าพลันเคร่งขรึม ทว่ายังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ส่ายหน้า
“ช่างเถิด ในเมื่อข้าตั้งครรภ์แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงอันตรายไปฆ่าคน” นางแค่นเสียงเย็นชาอีกครั้ง
สตรีสกุลฉู่โชคดีนัก
หากไม่ใช่เพราะจู่ ๆ ข้าตั้งครรภ์ขึ้นมา
ครานี้นางคงต้องตายแน่
……
อีกด้านหนึ่ง ภายในตำหนักจิ่นเซียง
ฉู่เสียนเตรียมตัวไว้แต่เนิ่น ๆ แล้ว อย่างไรเสียกำหนดคลอดก็อยู่ในช่วงครึ่งเดือนนี้ แม้จู่ ๆ น้ำคร่ำจะแตกขึ้นมาตอนกำลังกินอาหารได้ครึ่งมื้อ กระโปรงเปียกชุ่ม
นางก็ยังตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว จัดแจงให้บ่าวหลายคนทำหน้าที่ของตนอย่างคล่องแคล่ว
จากนั้นสั่งให้คนไปตามหมอหลวง
ฉู่เสียนก็กลับไปนอนบนเตียงในห้องด้านในทันที กลับเป็นชุนหยาและชุนเซียงที่ตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว “เหนียงเหนียง ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่? ยังไหวหรือไม่?”
ฉู่เสียนนอนอยู่บนตั่ง “ข้ายังไม่ค่อยเจ็บ ไปเอาอาหารที่ข้ากินค้างไว้เมื่อครู่มา ข้าจะกินให้หมด”
ห้ามปล่อยให้ท้องว่าง
ชุนหยาชะงัก “ท่านยังจะกินอีกหรือเจ้าคะ?”
ฉู่เสียนตอบ “ข้าไม่กิน แล้วอีกประเดี๋ยวจะคลอดอย่างไร?” การคลอดบุตรใช่ว่าจะเสร็จสิ้นในชั่วครู่
ในยุคปัจจุบันนางเคยเห็นญาติคลอดบุตร พอเริ่มเจ็บขึ้นมา ก็ไม่อาจกินอะไรลงได้เลย
……
ห้องหนังสือ
พู่กันในมือร่วงลงพื้น ไท่จื่อซึ่งกำลังสนทนากับขุนนางหลายคนอยู่ได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ “เจ้าว่าอะไร? สตรีสกุลฉู่จะคลอดแล้วหรือ?”
