ทว่าการเคลื่อนไหวมือกลับไม่ได้หยุดลง
ฉู่เสียนลอบคิดว่าองค์รัชทายาทช่างเป็นบุรุษปากไม่ตรงกับใจอยู่บ้าง
แต่…ก็ต้องยอมรับว่า
ยามองค์รัชทายาทปรนนิบัติผู้อื่น เขาช่างรู้จักเอาอกเอาใจนัก
ยามเขาอดทนต่อนาง ก็อ่อนโยนอย่างแท้จริง
อย่างเช่นตอนนวดท้อง
องค์รัชทายาทนวดท้องให้นางด้วยแรงพอเหมาะ ทั้งยังโอบเอวนางไว้ตลอดเพื่อป้องกันไม่ให้นางร่วงลงไป
ทั้งสองนั่งเงียบ ๆ เช่นนี้อยู่เนิ่นนานเพียงใดก็ไม่รู้
ฉู่เสียนที่สบายตัวซุกอยู่ในอ้อมแขนเซียวเสวียนจิ่ง จนแทบจะหลับไปพร้อมเสียงกรนเบา ๆ ประหนึ่งลูกแมว ครั้นนั้นเอง ด้านนอกพลันมีบ่าวเข้ามารายงาน
“ทูลองค์รัชทายาท สำรับเย็นยกมาแล้วนายหญิงจะเสวยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่เสียนถึงกับลืมตาพรึ่บ “หืม? สำรับเย็นพร้อมแล้วหรือ” นางพลิกตัวลุกจากตักองค์รัชทายาทในคราวเดียว “องค์รัชทายาท ไปกินข้าวกันเถิด หม่อมฉันหิวแล้ว”
ท้องเสียมาสองวัน
ในท้องแทบไม่เหลือสิ่งใดแล้วจริง ๆ
เซียวเสวียนจิ่งถลึงตามองนาง “ช้าหน่อย คลอดบุตรแล้วก็ยังทำอะไรผลีผลามเช่นนี้”
……
ฉู่เสียนต้องกินอาหารชวนคลื่นเหียนอยู่ราวหนึ่งสัปดาห์
ครัวใหญ่ของห้องเครื่องจงใจส่งอาหารเหลือมาให้นางโดยเฉพาะ
นางก็ไม่อยากควักเงินไปขอร้องผู้ใด
จึงได้แต่อดทนกินไป
บัดนี้ได้กินอาหารสดใหม่ที่เฉินลิ่วยกมาให้ นางแทบรู้สึกอยากหลั่งน้ำตา
โดยเฉพาะขาหมูตุ๋นพะโล้จานนั้น
เนื้อนุ่มเปื่อยและซึมซับรสชาติ