“พ่อครัวแซ่จางที่ว่าคือผู้ใดกันนะ?”
หนึ่งชั่วยามต่อมา
ภายในห้องเก็บของด้านหลังห้องเครื่องตำหนักบูรพา ขันทีผู้หนึ่งก้าวฉับ ๆ เข้ามา กวาดตามองไปรอบห้อง
เดิมทีเป่าเอ๋อร์กำลังนั่งยอง ๆ ล้างผักอยู่บนพื้น ครั้นเงยหน้าขึ้นเห็นว่าเป็นคนขององค์รัชทายาท ก็ลุกขึ้นด้วยความประหลาดใจ “เกิดเรื่องใดขึ้นหรือเจ้าคะ ท่านขันที? ท่านพ่อครัวจางไม่อยู่ ออกไปข้างนอกแล้ว มีธุระอันใดบอกข้าไว้ได้ รอท่านพ่อครัวจางกลับมา ข้าจะเรียนให้นางทราบ”
ขันทีน้อยผู้นั้นกลับหัวเราะเย็นชา “ไม่จำเป็นแล้ว บอกข้ามาก็พอว่าเขาอยู่ที่ใด”
เป่าเอ๋อร์ชะงัก พลันรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
อีกหนึ่งเค่อให้หลัง
ทางด้านนี้ พ่อครัวจางกำลังนอนดื่มสุราอย่างสำราญอยู่ในห้องต้มน้ำด้านหลัง มือถือไหสุราไว้หนึ่งไห
สถานที่แห่งนี้เหมาะแก่การอู้งานยิ่งนัก
ทุกวันเขาต้องแวะมาพักสักครู่
งานในห้องเครื่องย่อมให้คนข้างล่างจัดการก็พอ
เขาจะลงมือเองก็เฉพาะยามต้องผัดอาหารเท่านั้น
ทว่าสุรายังไม่ทันได้แตะริมฝีปาก จู่ ๆ ก็มีเสียงตวาดกร้าวดังมาจากลานด้านนอก
“จางเฉิง ยังไม่ไสหัวออกมาอีก!”
เสียง “โครม” ดังขึ้น พ่อครัวจางสะดุ้งตกใจ สุราในมือหกใส่หน้า เขาทั้งเสียดายทั้งโมโห
เขาพลิกตัววางไหสุราลงเสียงดัง “ตึง” ก่อนผลักประตูออกไปแล้วด่าทอ “วัน ๆ เอาแต่พูดพล่อย ปากไม่มีหูรูด! ท่านปู่จางของเจ้าแค่ดื่มสุราอยู่ข้างนอก เจ้าก็ยังกล้ามาหาเรื่อง ใครให้ความกล้าเจ้ากัน—”
ยังกล่าวไม่ทันจบ เมื่อเห็นว่าเป็นคนขององค์รัชทายาท เขาก็ชะงักงันไปทันที “ทะ...ท่านขันทีหลี่ เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่?”