เพิ่งผ่านไปครึ่งก้านธูป ตัวหอคอยก็ส่องแสงวาบขึ้นพร้อมเสียง “หึ่ง”
ลำแสงสีขาวสายหนึ่งพุ่งออกมาจากยอดหอคอย ตกลงบนลานกว้างแล้วแผ่กระจาย กลายเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง
เด็กหนุ่มดูมีอายุเพียง 12-13 ปี ทว่าใบหน้ากลับบิดเบี้ยวจนแทบไม่เหมือนมนุษย์
เขาเบิกตากว้าง มือทั้งสองคว้าสะเปะสะปะกลางอากาศ ลำคอส่งเสียงคำราม “ฮือ ๆ” น้ำลายไหลย้อยจากมุมปาก
“อย่าเข้ามา! อย่าเข้ามา!!!”
เสียงหัวเราะครืนหนึ่งดังขึ้นบนลานกว้าง
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ มาอีกคนแล้ว!”
“เห็นอะไรกันถึงได้กลัวจนเป็นสภาพนี้!”
“ขยะก็เป็นได้แค่ขยะ”
เด็กหนุ่มคำรามอยู่อีกหลายอึดใจ ก่อนเสียงจะค่อย ๆ แผ่วลง แววตาค่อย ๆ กลับมามีสติ
เขามองไปรอบ ๆ อย่างงุนงง แล้วก้มมองมือตัวเอง ก่อนจะทรุดนั่งลงกับพื้นอย่างแรง ยกมือปิดหน้าแล้วร้องไห้
ศิษย์สายนอกคนหนึ่งเดินเข้าไป ใช้ปลายรองเท้าเขี่ยเขาเบา ๆ “เจ้าถูกคัดออกแล้ว”
“……”
“ลุกขึ้น”
เด็กหนุ่มถูกหิ้วขึ้นมาโยนลงบนเรือวิญญาณ ศิษย์คนนั้นทิ้งท้ายว่า “อย่าซุกซน อีกเดี๋ยวจะส่งพวกเจ้ากลับไป” ก่อนหมุนตัวจากไป ไม่แม้แต่จะเสียเวลามองอีกฝ่ายสักแวบ
ไม่นานก็มีแสงอีกสายหนึ่ง
คนที่ออกมามีสภาพไม่ต่างกันนัก บ้างร้องไห้ บ้างหัวเราะ บ้างพึมพำไม่หยุด
พอถึงเวลาหนึ่งก้านธูป บนเรือวิญญาณก็มีคนยืนอยู่ราว 20 คนแล้ว
พอถึงเวลาหนึ่งก้านธูปครึ่ง แสงบนตัวหอคอยก็เริ่มริบหรี่ คนที่ออกมามีน้อยลงเรื่อย ๆ
หลังผ่านไป 2 ก้านธูป หอคอยก็เงียบสนิท ไม่มีความเคลื่อนไหวอีก
ผู้อาวุโสผู้ดูแลขยับคิ้วเล็กน้อย แล้วก้มมองบัญชีรายชื่อในมือ ปลายนิ้วแตะลงบนรายชื่อหนึ่ง
