“ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”
เสียงหัวเราะอย่างเบิกบานพลันดังมาจากด้านหลัง กัวเสียงหันกลับไปมอง
เรือวิญญาณลำหนึ่งซึ่งบรรทุกผู้คนมาเต็มลำกำลังไล่ตามมาจากด้านหลัง ความเร็วของมันเหนือกว่ามาก เพียงพริบตาก็มาถึงตรงหน้า
บนหัวเรือมีชายหนุ่มยืนอยู่ เขาประสานหมัดพลางถามด้วยรอยยิ้ม “ศิษย์น้องหลี่ ศิษย์น้องหม่า เที่ยวนี้พวกเจ้าได้อะไรมาบ้าง?”
ศิษย์แซ่หลี่บนเรือของกัวเสียงส่ายหน้า ยิ้มขื่นกล่าวว่า “คนที่มีคุณสมบัติดีที่สุดก็แค่ระดับปฐพีขั้นกลางเท่านั้น”
“แล้วคนที่แย่ที่สุดเล่า?”
ชายหนุ่มถามต่อ
“คนที่แย่ที่สุดมีรากวิญญาณปะปนห้าธาตุ!”
ศิษย์แซ่หลี่เน้นเสียงหนักแน่น ก่อนจะเหลือบมองกัวเสียงอย่างขุ่นเคือง
ชายหนุ่มกวาดตามองไปทางกัวเสียง แล้วก็อดไม่ได้ หลุดหัวเราะ “พรืด” ออกมา “ศิษย์น้อง พวกเจ้าดวงซวยจริง ๆ”
ศิษย์แซ่หลี่ยักไหล่อย่างจนใจ
เรื่องเช่นนี้เขาก็ตัดสินใจเองไม่ได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับโชค ใครใช้ให้พื้นที่ที่เขารับผิดชอบนั้นไม่ได้เรื่องกันเล่า
“ไม่นึกเลยว่าใต้หล้านี้จะมีรากวิญญาณปะปนห้าธาตุอยู่จริง!”
เด็กหนุ่มในชุดคลุมแพรพลันโผล่ออกมาจากด้านหลังชายหนุ่ม เขาเท้าเอวทั้งสองข้าง หรี่ตาหยีพลางยิ้มกล่าว
“อยู่ไหน? ไอ้ขยะที่มีรากวิญญาณปะปนห้าธาตุคนไหนกัน? ออกมาเดินให้ข้าดูสักสองก้าว ให้คุณชายอย่างข้าได้เห็นกับตาหน่อย!”
“ของหายากเชียวนะ ได้ยินว่าพบเห็นยากยิ่งกว่ารากวิญญาณฟ้าเสียอีก! ฮ่า ๆ...”
เหล่าเด็กหนุ่มบนเรือวิญญาณลำนั้นพากันหัวเราะครืนเมื่อได้ยินคำพูดนี้
สายตานับสิบคู่กวาดมาพร้อมกัน ราวกับจะต้องลากไอ้ขยะคนนั้นออกมาจากฝูงชนให้ได้
