หลี่ฉางเฟิงยิงธนูออกไปสามดอก แต่ละดอกหมายปลิดชีพ หลังยิงเสร็จ ใบหน้าก็ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
ดูท่าธนูคันนี้แม้ทรงอานุภาพยิ่ง ทว่าก็สิ้นเปลืองพลังไม่น้อย
ทั้งสองฝ่ายที่กำลังสู้รบต่างรู้อยู่แก่ใจและหลีกเลี่ยงแปลงโอสถ สมุนไพรวิญญาณอายุพันปีเหล่านั้นล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าหายาก สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของพวกเขาเสียอีก ไม่มีใครกล้าแตะต้อง
ห่างออกไปสิบลี้ กัวเสียงนอนหมอบนิ่งอยู่ท่ามกลางกองหินระเกะระกะ
สู้กันเข้าไป ยิ่งดุเดือดก็ยิ่งดี เขารอจังหวะนี้อยู่
ผ่านไปหนึ่งก้านธูป ในที่สุดการต่อสู้ก็สิ้นสุดลง เหล่าผู้คุ้มกันหอรวมสมบัติล้วนตายหมด ฝั่งพันธมิตรการค้าเก้าจักรวาลเหลือเพียงเก้าคน และทุกคนล้วนบาดเจ็บ
หลี่ฉางเฟิงกลืนโอสถเม็ดหนึ่งลงไป แล้วปรับลมหายใจอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าจึงค่อยกลับมาดีขึ้น
“มัวยืนตะลึงอะไรกัน! รีบเอาพลั่วขุดโอสถไปขุดสมุนไพรวิญญาณพวกนี้เสีย! ห้ามให้รากขาดแม้แต่เส้นเดียว!”
“ขอรับ!”
คนที่เหลือลากสังขารบาดเจ็บ หยิบพลั่วขุดโอสถออกมา แล้วค่อย ๆ ย่อตัวลงในแปลงโอสถ
กัวเสียงแอบถอนหายใจ จัดเสื้อผ้าบนตัวให้เรียบร้อย ปัดฝุ่นบนใบหน้า ก่อนอ้อมออกมาจากด้านหลังเนินสูง มุ่งหน้าไปยังแปลงโอสถ
ไม่นานก็มีคนในแปลงโอสถสังเกตเห็นเขา
“ใครน่ะ?!”
กระบี่ยาวหลายเล่มยกขึ้นพร้อมกัน
กัวเสียงหยุดฝีเท้า เผยรอยยิ้มหวาดหวั่น “ไม่ทราบว่าทุกท่านต้องการให้ข้าช่วยหรือไม่? พวกท่านก็รู้ฐานะของข้า ข้าไม่มีทางทำให้แผนของพวกท่านเสียหายแน่”
หลี่ฉางเฟิงหรี่ตา กวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า “เจ้านี่ไม่กลัวตายเลยหรือ”
“ท่าน...ผู้อาวุโส”
กัวเสียงก้าวไปข้างหน้าอีกสองก้าว รอยยิ้มประจบประแจงผุดเต็มใบหน้า “สมุนไพรวิญญาณพันปีเหล่านี้บอบบางยิ่ง หากได้รับความเสียหายแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลต่อสรรพคุณของมันได้”
