ยามค่ำคืน ณ ห้องทำงานชั่วคราวของกองสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรม สวี่หลินนั่งอยู่หน้าโต๊ะ มองตารางวิเคราะห์คดีที่เขาวาดขึ้นด้วยมือตัวเอง
ผู้เสียชีวิตรายแรก เผาถ่านฆ่าตัวตาย ผลชันสูตรยืนยันว่าเสียชีวิตจากพิษคาร์บอนมอนอกไซด์
ผู้เสียชีวิตรายที่สอง กรีดข้อมือฆ่าตัวตาย ผลชันสูตรยืนยันว่าเสียชีวิตจากการเสียเลือดมากเกินไป อีกทั้งยังมีภาพจากกล้องวงจรปิดในบ้านของผู้เสียชีวิตเป็นหลักฐาน
ในภาพจากกล้องวงจรปิด ผู้เสียชีวิตเป็นคนกรีดข้อมือตัวเองจริง ๆ สวี่หลินดูภาพนั้นซ้ำไปซ้ำมากว่าสิบรอบแล้ว แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ
ผู้เสียชีวิตรายที่สาม ผูกคอตาย ผลชันสูตรก็ยืนยันว่าเสียชีวิตจากการผูกคอตาย เมื่อดูภาพจากกล้องวงจรปิดในบ้านของผู้เสียชีวิต ก็ไม่พบความผิดปกติเช่นกัน
คดีดูเหมือนจะมาถึงทางตัน ปัญหาอยู่ตรงไหนกันแน่ สวี่หลินครุ่นคิดอยู่นานก็ยังจับต้นชนปลายไม่ได้
เขาขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่แช่ไว้เกือบได้ที่ขึ้นมาจากข้างโต๊ะ เตรียมกินรองท้องไปก่อน
แต่ในจังหวะนั้นเอง ประตูก็ถูกผลักเปิดออก จางกงเดินเข้ามาในห้องทำงาน
“รองหัวหน้าสวี่ ผมตรวจสอบโรงเรียนมัธยมเจียงหยุนที่หนึ่งทั่วแล้ว ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา นอกจากลูก ๆ ของผู้เสียชีวิตทั้งสามคน ก็มีนักเรียนหญิงรุ่นเดียวกันเสียชีวิตเพราะป่วยเพียงคนเดียวครับ” จางกงเอ่ยขึ้น
“เสียชีวิตเพราะป่วย?” สวี่หลินเงยหน้าขึ้น สีหน้าฉายแววประหลาดใจ
จางกงตอบว่า “ใช่ครับ เธอเป็นโรคหัวใจแต่กำเนิด พวกเราขอประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลมาแล้ว เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เธอเสียชีวิตวันที่ 19 มีนาคม ส่วนบันทึกการกู้ชีพผมก็เอามาด้วยแล้วครับ”
