ก่อนจะถึงวันหยุดเทศกาลไหว้พระจันทร์ ฉูซวงก็ได้รับโทรศัพท์จากทางบ้าน แจ้งว่าคุณตาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เธอร้อนใจจนแทบอยู่ไม่สุข ไม่ทันเก็บข้าวของก็จองตั๋วแล้วรีบมุ่งหน้าไปสนามบินทั้งตัวเปล่า
เมื่อกลับถึงบ้านและเห็นชายชราที่มีผ้าพันแผลพันอยู่รอบหน้าผาก น้ำตาที่ฉูซวงอดกลั้นมาตลอดทางก็พรั่งพรูออกมา คุณตาอายุเกือบ 80 ปีแล้ว ยังต้องมาประสบเคราะห์เช่นนี้ แค่เห็นก็เหมือนหัวใจถูกมีดกรีด กลับเป็นคุณตาเสียอีกที่ปลอบโยนเธอ
ตลอดชีวิตของคุณเสิ่นผู้เฒ่าอบรมศิษย์ไว้ทั่วแผ่นดิน พอรู้ว่าท่านเข้าโรงพยาบาล ลูกศิษย์ลูกหาที่เคยร่ำเรียนด้วยต่างแวะเวียนมาเยี่ยมไม่ขาด ห้องพักผู้ป่วยจึงไม่เคยเงียบเหงา
หลังจากดูแลคุณตากินมื้อเย็นเสร็จ ระหว่างที่บรรดาผู้อาวุโสซึ่งมาเยี่ยมไข้นั่งคุยกับท่าน ฉูซวงก็ได้รับโทรศัพท์จากเซิ่งเหยา
พอรู้ว่าเธอรีบร้อนกลับบ้านเกิด เซิ่งเหยากับฮูหยินท่านเซิ่งก็อดเป็นห่วงไม่ได้ หลังทักทายถามไถ่กันอยู่สองสามคำ ทั้งคู่จึงค่อยคลายกังวล
ก่อนวางสาย เซิ่งเหยาพูดอ้อมแอ้มบอกฉูซวงว่าพี่ชายคนโตของเธอมีแฟนแล้ว แถมยังปลอบใจเธออีกชุดใหญ่ ทว่าฉูซวงกลับรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
“ทำไมต้องปลอบฉันด้วยล่ะ?”
“ที่จริงฉันกับแม่รู้มานานแล้วว่าเธอแอบชอบพี่ชายฉัน ถึงพี่เขาจะเป็นคนเก่งอยู่บ้าง แต่คงไม่มีวาสนากับเธอ...อย่าเสียใจไปเลยนะ รอบตัวเธอยังมีหนุ่มคุณภาพดีอีกตั้งเยอะ รอเธอกลับมาแล้วฉันจะให้พี่เขาแนะนำให้รู้จัก โชคดีที่เธอยังชอบเขาไม่ลึกซึ้งนัก รีบถอนตัวก่อนจะถลำลึกก็ไม่ยาก”
ฉูซวง: “ฉันไม่ได้แอบชอบเขาสักหน่อย”
เซิ่งเหยา: “หรือว่าชอบแบบเปิดเผย? เธอสารภาพรักกับเขาแล้วเหรอ?”
“ฉันไม่ได้ชอบเซิ่งหยางแบบคนรักเลยสักนิด” ฉูซวงยกมือกุมหน้าผาก ทั้งจนใจทั้งขำ “เหยาเหยา แล้วเธอกับคุณน้าคิดได้ยังไงว่าฉันแอบชอบเขา?”
