ฉูซวงลุกขึ้นยืน “ได้ค่ะ รบกวนช่วยเอาไปไว้ในรถให้ฉันด้วยนะคะ”
เธอหันไปกล่าวลาผู้ชายที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม “ฉันขอตัวก่อนนะคะ คุณหาน แล้วพบกันใหม่ค่ะ”
หานเจิ้นฮ่าวพยักหน้า
ครู่หนึ่งต่อมา เขาค่อย ๆ ได้สติกลับคืนมา ก่อนจะดึงพนักงานคนหนึ่งมาถาม “เมื่อกี้สุภาพสตรีคนนั้นเป็นคนบ้านไหนหรือ?”
พนักงานที่นี่มีความเป็นมืออาชีพสูง “ขออภัยค่ะคุณผู้ชาย เราไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลลูกค้าได้ คุณผู้หญิงท่านนั้นก็เป็นคนเมืองหลวงค่ะ”
คนเมืองหลวง
ตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง เขารู้จักแทบทั้งหมด แล้วทำไมถึงไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อน ด้วยรูปร่างหน้าตาของเธอ ถ้าเป็นคนเมืองหลวงจริง เขาคงได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว ไม่มีทางเพิ่งมาเห็นเอาตอนนี้
เขาค่อย ๆ ถอนหายใจ พลางบีบสันจมูก รู้สึกเหมือนมีแต่ความอึดอัดอัดแน่นอยู่เต็มอกจนหายใจไม่ออก ชวนให้หงุดหงิดไปหมด
ท่ามกลางความกระสับกระส่ายนั้น ยังมีความรู้สึกแปลกประหลาดคล้ายหัวใจปวดหนึบแทรกเข้ามา ต่อให้สูดหายใจลึก ๆ หลายครั้งก็ยังขจัดมันไม่ได้ ชักอยากดื่มเหล้าขึ้นมาแล้ว
……
สือเยว่กำลังจะปิดร้านอยู่พอดี จู่ ๆ ก็มีคนเดินเข้ามา เมื่อเห็นว่าเป็นใคร เขาก็ชะงักเล็กน้อย “ดึกขนาดนี้แล้ว มาหาฉันมีธุระอะไร?”
“ที่นี่มีเหล้าไหม?”
น้ำเสียงของหานเจิ้นฮ่าวทุ้มต่ำ พอเห็นสีหน้าเขา สือเยว่ก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย
คุณชายเล็กตระกูลหานผู้ไม่เคยเห็นเรื่องอะไรจริงจัง เคยมีสีหน้าหม่นหมองแบบนี้เสียเมื่อไรกัน
“ที่นี่เป็นร้านกาแฟ ไม่ใช่บาร์นะ”
เห็นคุณชายเล็กอารมณ์ไม่ดี สือเยว่จึงยอมอ่อนข้อ “เอาเถอะ ถือว่าฉันติดหนี้นายก็แล้วกัน ขึ้นไปข้างบน”
ชั้นบนเป็นห้องชุดขนาดใหญ่ พื้นที่ส่วนตัวของเขา บางครั้งทำงานดึกจนไม่อยากกลับบ้าน ก็จะพักที่นี่
