วันรุ่งขึ้นหลังจดทะเบียนสมรส ตระกูลเซิ่งจัดงานแต่งให้ทั้งคู่ที่คฤหาสน์เก่าของตระกูล เชิญญาติมิตรและสหายมาร่วมงาน ไม่มีบริษัทรับจัดงานแต่ง ไม่มีพิธีรีตองยุ่งยาก
มีเพียงญาติสนิทมิตรสหาย สุราเลิศรส และดอกไม้สด งดงามเรียบหรูแต่เป็นทางการ
ตอนที่ฉูซวงคล้องแขนเซิ่งถิงเดินไปชนแก้วอวยพรกับแขก เธอได้รับคำชื่นชมและคำอวยพรจากใจมากมาย
เมื่อแขกเหรื่อทยอยกลับหลังงานเลี้ยงจบ เซิ่งถิงก็พาเธอขึ้นรถไปยังบ้านใหม่ของทั้งคู่ เป็นบ้านหอที่นายท่านใหญ่เซิ่งตั้งใจเลือกให้พวกเขา เป็นคฤหาสน์หลังหนึ่งในเขตชานเมืองที่มีทิวทัศน์งดงาม
ยามค่ำคืนกลับมีฝนปรอยลงมา พอถึงที่หมาย คนขับรถก็เปิดประตูพร้อมยื่นร่มให้ เซิ่งถิงก้มมองเธอแล้วถามว่า “หนาวไหม?”
ฉูซวงส่ายหน้า แล้วเดินเคียงข้างเขาเข้าไปในบ้าน
การตกแต่งห้องเรียบง่ายแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เตียงในห้องนอนใหญ่กว้างมาก บนโต๊ะข้างเตียงมีดอกลิลลีบานสะพรั่งอยู่ขวดหนึ่ง
เหนื่อยมาทั้งวัน ฉูซวงอยากทิ้งตัวลงนอนทันที แต่พอนึกขึ้นได้ว่าคืนนี้เป็นคืนเข้าหอ หัวใจก็พลันเต้นไม่เป็นจังหวะ
ชายหนุ่มถอดเสื้อสูทพลางหันมาทางเธอ “คุณอาบน้ำก่อนเถอะ”
“ได้ค่ะ”
ฉูซวงหยิบชุดนอนแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ ไม่กล้าแช่นาน รีบอาบน้ำให้เสร็จแล้วออกมา
เธอใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่เปียกชื้น พลางบอกชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาว่า “ฉันอาบเสร็จแล้ว คุณไปอาบได้เลยค่ะ”
เซิ่งถิงเหลือบมองลำคอระหงของเธอ “อืม”
พอเป่าผมจนแห้งและทาครีมบำรุงเสร็จ ฉูซวงก็ปิดไฟดวงใหญ่ที่สว่างที่สุด แล้วปีนขึ้นเตียง
หลังอาบน้ำ ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย ความง่วงถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มยังไม่ทันออกจากห้องน้ำ เธอก็หลับสนิทไปอย่างไม่คิดอะไรแล้ว
เมื่อเซิ่งถิงเห็นคนบนเตียงหายใจสม่ำเสมอ แววตาก็ไม่ได้แสดงความประหลาดใจนัก เขาเปิดผ้าห่มขึ้นเตียง ปิดไฟสลัวดวงสุดท้าย ห้องนอนจึงกลับมามืดสนิทและเงียบสงัด
