เซิ่งเหยาขยับเค้กมัทฉะกับกาแฟลาเต้อาร์ตหนึ่งแก้วมาตรงหน้าฉูซวง “ลองชิมดูสิ”
หนึ่งนาทีต่อมา ฉูซวงเงยหน้าขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและชื่นชมที่ปิดไม่มิด “หอมมาก เป็นกลิ่นหอมบริสุทธิ์ รสติดปลายลิ้นยาวนาน”
สือเยว่ยิ้มบาง “คุณหนูฉูชอบ ผมก็เป็นเกียรติแล้วครับ”
เซิ่งเหยาพูดอย่างภูมิใจ “สือเยว่เป็นคนมีพรสวรรค์จริง ๆ นะ เขาเป็นศิษย์ของอาจารย์หงอิงผู้โด่งดัง ตั้งแต่เด็กก็เข้าร่วมการแข่งขันต่าง ๆ มากมาย ทั้งเครื่องดื่มแบบตะวันออกและตะวันตกก็ทำเป็นหมด เปิดร้านอยู่ที่นี่ถือว่าเสียของเลย”
ฉูซวงว่า “งั้นวันนี้ฉันก็มาได้ถูกจังหวะจริง ๆ”
“ราคาที่ถนนหนานฮวาถือว่าไม่แพงเลย คนที่เข้าออกแถวนี้ล้วนเป็นเจ้าพ่อหลักทรัพย์กับนักธุรกิจที่คลุกคลีอยู่กับเงินทอง อาคารหอการค้าจิงตูอยู่ข้างหน้าโน่น”
ฉูซวงชะงักเล็กน้อย “อาคารหอการค้าเหรอ?”
“อืม ปกติอาเล็กอยู่แถวนี้”
พอมีลูกค้า สือเยว่ก็ลุกไปชงกาแฟที่เคาน์เตอร์ เซิ่งเหยากับฉูซวงพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยใต้แสงไฟสีส้มอบอุ่นที่ส่องลงมาจากด้านบน คลอไปกับเพลงเบา ๆ ในร้าน บรรยากาศผ่อนคลายจนแทบปล่อยใจล่องลอย
ขณะมองไปรอบ ๆ อย่างไม่ตั้งใจ ฉูซวงก็เห็นชุดมาสคอตหมีน้อยวางอยู่บนตู้ชิดผนัง
“เอาไว้เรียกลูกค้าเหรอ?”
สือเยว่พยักหน้า “ใช่ครับ พนักงานลาวันนี้ไม่ได้มา ชุดมาสคอตก็เลยวางทิ้งไว้ตรงนี้”
พอเห็นชุดมาสคอตขนฟูนุ่มตัวอวบกลม ดวงตาฉูซวงก็เป็นประกาย ดูตื่นเต้นอยากลองขึ้นมาเล็กน้อย “ฉันขอลองได้ไหม?”
ฉูซวงตื่นเต้นกับการสวมชุดมาสคอตเป็นครั้งแรก พอกลายเป็นหมีอ้วนตัวน้อย เธอก็ขยับออกไปยืนเป็นมาสคอตหน้าร้านอย่างขยันขันแข็ง เล่นเสียเพลินจนไม่รู้เวลา
