ปีนั้น หลังรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ เธอดีใจจนแทบคลั่ง บินจากเมืองหลวงมาหาเซิ่งเจิงโจวใช้เวลากว่าสิบชั่วโมง เธอรู้แค่ที่อยู่บริษัทของเขา แต่ไม่รู้ที่อยู่บ้าน จึงโทรหาเขาแล้วไปยืนรออยู่หน้าบริษัท
ตอนนั้นเซิ่งเจิงโจวไม่ได้พูดอะไรเลย
เขามารับเธอที่บริษัท
หลังจากนั้น…
พวกเขาก็แยกย้ายกันไปอย่างไม่ราบรื่น
เธอลองหยั่งเชิงท่าทีของเขาที่มีต่อลูก แต่เซิ่งเจิงโจวเย็นชามาก ถึงขั้นพูดคำพูดที่เรียกได้ว่าโหดร้าย บอกไม่ให้เธอคาดหวังกับเด็ก
ตอนนั้นเธอเสียใจเพราะท่าทีของเขา
วันต่อมา เซิ่งเจิงโจวก็ไม่ได้รั้งเธอไว้ เขาให้คนจัดการซื้อตั๋วและส่งเธอกลับประเทศ
เขาไม่ปล่อยให้เธออยู่ต่อ ไม่ให้เธอได้ใช้เวลากับเขามากกว่านั้น
ตอนนี้พอมาคิดดู
เซิ่งเจิงโจวตั้งใจทำแบบนั้น
เขาหนีออกจากโรงพยาบาลมารับเธอ ทั้งที่สุขภาพไม่ดี หากเธออยู่ต่ออีกวัน โอกาสที่จะรู้ความจริงก็เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
เธอเคยคิดว่าเขาเกลียดเธอ ถึงได้เลือกปักหลักอยู่ที่อเมริกาเพื่อจัดการธุรกิจของบริษัท แต่ไม่คิดเลยว่าเขาป่วยและเดินทางไปอเมริกาเพื่อรักษาตัว
“เป็นอะไรไปครับ คุณเวิน?”
โรเบิร์ตสังเกตเห็นใบหน้าของเวินซูซีดเผือด จึงถามด้วยความเป็นห่วง
เวินซูได้สติกลับมา
เธอขดนิ้วมือโดยไม่รู้ตัว เสียงแหบเล็กน้อย “ไม่เป็นไรค่ะ อาการป่วยของเขาตอนนั้นทำไมถึงรุนแรงขนาดนั้น แล้วทำไมถึงต้องนอนโรงพยาบาลนานขนาดนั้นคะ?”
เมื่อพูดถึงตรงนี้
โรเบิร์ตก็ถอนหายใจอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง “อาการของอีเลียตแย่กว่าที่ผมคิด ก่อนจะได้รับการวินิจฉัย เขาเคยรักษาปัญหาอื่นมาก่อนแล้ว ก่อนหน้านี้เขามีอาการถูกพิษเรื้อรัง หากไม่พบเป็นเวลานานก็จะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้น สารพิษที่ปรุงขึ้นเป็นพิเศษเหล่านั้นจะทำลายระบบภูมิคุ้มกันทั่วทั้งร่างกายของเขา อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดเนื้องอกในสมอง นอกจากนี้เขายังกังวลมากเกินไป ก่อนจะเริ่มมีอาการ เขาเพิ่งกำจัดพิษในร่างกายได้ แต่ควบคุมอาการช้าไปหน่อย”