เวินซูไม่ได้พูดเล่น
เธอไม่ได้ลนลานจนทำอะไรไม่ถูก และไม่ได้คลุ้มคลั่งตามหาเบาะแสของเซิ่งเจิงโจวอย่างไม่สนใจสิ่งใด แต่กลับทำหน้าที่จัดการทุกสถานการณ์ของคนไข้ด้วยความสุขุม ราวกับเป็นแพทย์ที่แท้จริงและวางตัวเป็นกลาง
โรเบิร์ตก็ยินดีเช่นกัน
เพียงแต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาจัดประชุมทำนองนี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ยังไม่มีแผนการที่นำไปใช้ได้และมีความเสี่ยงต่ำ
แต่เวินซูเป็นอดีตภรรยาของเซิ่งเจิงโจว
เขาใจร้ายพอจะบอกเธอไม่ได้ว่า ความหวังนั้นริบหรี่เพียงใด
ระหว่างที่โรเบิร์ตกำลังเตรียมการ
เวินซูก็ไม่ได้ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า ประวัติการรักษาของเซิ่งเจิงโจวมีมากเกินไป เธอต้องไล่ดูรายละเอียดทีละรายการ
ต้วนจื้อเสียนคอยอยู่ข้าง ๆ มองเวินซูทำงาน
เมื่อเวินซูจดจ่อกับอะไรขึ้นมา เธอแทบไม่รู้จักกลางวันกลางคืน รวบผมลวก ๆ แล้วนั่งขัดสมาธิบนพรม อ่านเอกสารต่อเนื่องไม่หยุด
ต้วนจื้อเสียนอดไม่ได้ที่จะมองใบหน้าของเวินซูเงียบ ๆ
หลังจากนั้นเนิ่นนาน
เธอก็เอ่ยว่า “ดูเหมือนคุณจะใส่ใจเขามากนะ อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปี ดูเหมือนพวกคุณจะยังมีความรู้สึกต่อกันอยู่ เวินซู คุณยังรักเขาไหม”
เวินซูไม่ได้เงยหน้าขึ้น
“คนเราไม่ได้มีชีวิตอยู่ได้ด้วยความรักอย่างเดียว”
“ก็จริง” ต้วนจื้อเสียนพยักหน้า “แต่ฉันว่าเขาอาจมีชีวิตอยู่ได้ด้วยความรักนะ”
มือที่พลิกหน้ากระดาษของเวินซูชะงักไปหนึ่งวินาที แทบสังเกตไม่เห็น
เธอไม่พูดอะไร แล้วอ่านต่อ
ต้วนจื้อเสียนนอนคว่ำอยู่บนโซฟา “ฉันดูออกว่าเขาชอบคุณมาก ฉันว่าเขาคงพยายามข่มใจอยู่ แต่พฤติกรรมบางอย่างก็ควบคุมไม่ได้ เป็นไปโดยจิตใต้สำนึก ตอนนี้เขาป่วย แถมอาจถึงขั้นต้องตาย คุณเคยคิดไหมว่าจะมอบความหวังให้เขาสักหน่อย แล้วกลับไปอยู่ด้วยกัน”