ลิ่งอี๋สังเกตเห็นอารมณ์ของเวินซูที่แปรปรวน จึงรีบลุกขึ้นนั่ง ใช้มือเล็ก ๆ ลูบหางตาของเวินซูเบา ๆ
จากนั้นก็ทำท่าทางเหมือนผู้ใหญ่ ตบอกน้อย ๆ ของตัวเองพลางพูดว่า “กอดหน่อย”
เวินซูถูกหยอกจนยิ้มออกมาอีกครั้ง
แม้ในใจจะรู้สึกขมขื่นก็ตาม
เธอกลับหวังให้ลิ่งอี๋เป็นเด็กในวัยเดียวกันอย่างแท้จริง ไม่ต้องปล่อยให้เรื่องใดมากระทบจิตใจ และไม่จำเป็นต้องรู้ความเกินวัยขนาดนั้น
แต่เธอคิดว่าอาจเป็นเพราะนิสัยของลิ่งอี๋คล้ายเซิ่งเจิงโจว ความแก่แดดจึงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้
ส่วนคำถามที่ว่า “ร้องไห้เพราะคุณพ่อหรือเปล่า” เวินซูตอบไม่ได้
เพราะลิ่งอี๋เข้าใจมาตลอดว่าพ่อแท้ ๆ ของตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว
เธอดึงลิ่งอี๋เข้ามากอดไว้ “ไม่ใช่เพราะเขาอีกแล้ว”
การถูกทรมานมานานถึง 7 ปี นับเป็นความจริงใจที่สุดที่เธอมอบให้ความรักครั้งนี้แล้ว
ลิ่งอี๋พยักหน้าอย่างเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง
เวินซูเล่านิทานก่อนนอนให้ลิ่งอี๋ฟังอย่างที่ไม่ค่อยได้ทำ ก่อนจะกล่อมจนหลับไปอีกครั้ง
ส่วนเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในคืนนี้
ไม่ว่าจะเป็นการคว่ำโต๊ะและก่อเรื่องในงานเลี้ยงของตระกูลเซิ่ง หรือการตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะแต่งงานกับฮั่วเยี่ยน
เธอก็ไม่มีวันเสียใจ
ต่อให้ตระกูลเซิ่งใช้วิธีต่าง ๆ “ลงโทษ” เธอในภายหลัง เพราะวันนี้เธอกล้าต่อต้าน เธอก็ยอมแลกทุกอย่าง
ขอเพียงแต่งงานเมื่อไร เรื่องทุกอย่างลงตัวแล้ว เธอก็ไม่คิดจะหลีกเลี่ยงการทุ่มเดิมพันครั้งสุดท้ายกับตระกูลเซิ่ง
วันรุ่งขึ้น
เวินซูได้รับข้อความหลายข้อความจากฮั่วเยี่ยนตั้งแต่เช้า
ฮั่วเยี่ยน:【วันนี้ผมบินไปนิวยอร์ก จะรีบกลับให้เร็วที่สุด ส่วนหนังสือรับรองสถานภาพโสดของคุณ ให้ผมจัดการเอง】
