เวินซูไม่ได้พูดจารุนแรง
สีหน้าของเธอสงบนิ่งมาตั้งแต่ต้นจนจบ ทว่าก็ไม่ได้เก็บซ่อนความเฉียบคมที่แผ่ออกมา
โดยเฉพาะเมื่อเธอเป็นคนตัวสูง จึงแทบจะก้มตามองซูจื้อเหยา
แววตาเช่นนั้นทำให้ซูจื้อเหยาไม่สบอารมณ์
เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าฉางหลงจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขนาดนี้ แถมยังเกิดขึ้นกะทันหันจนเธอไม่รู้อะไรเลย!
เซิ่งเจิงโจวไม่เคยบอกเธอ
ซูจื้อเหยามองเวินซู สีหน้าค่อย ๆ เย็นชาลงทีละน้อย “เจิงโจวไม่มีทางเห็นด้วยหรอก”
เวินซูยิ้มบาง ๆ “เขาส่งมอบอำนาจบริหารแล้ว จะเห็นด้วยหรือไม่สำคัญตรงไหน? ฉันไม่ใช่ประธานเซิ่ง ฉันปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียม ดูกันที่ความสามารถ ถ้าคุณต้องอาศัยอภิสิทธิ์ถึงจะทำงานได้ ก็กลับไปพึ่งพาประธานเซิ่งที่รักของคุณเถอะ อย่างไรเสีย ต่อให้คุณเป็นคนไร้ความสามารถ เขาก็ยังช่วยเก็บกวาดให้”
สีหน้าของซูจื้อเหยาดำคล้ำลงอย่างสิ้นเชิง
คำพูดของเวินซูแทบจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนจมดิน
ปฏิเสธตัวตนของเธอทุกด้าน รวมถึงความสามารถของเธอด้วย!
เธอรับไม่ได้ที่ถูกคนไร้ความสามารถอย่างเวินซูดูหมิ่นเช่นนี้
เวินซูไม่อยากเสียเวลากับเธออีก จึงหันไปพูดกับประธานถานว่า “เราจัดการส่งมอบงานให้เรียบร้อยก่อน เรื่องทีมวิจัยและพัฒนาให้คุณถานดูแลตามเหมาะสมก็พอค่ะ”
ในฐานะคนที่รู้ความจริงในตอนนี้ ประธานถานเข้าใจแล้วว่าต่อไปเวินซูจะเป็นเจ้านายเพียงคนเดียวของเขา จึงแสดงจุดยืนชัดเจน “ได้ครับ คุณเวิน เชิญทางนี้”
ซูจื้อเหยาได้แต่มองเวินซูถูกเชิญเข้าไปในห้องทำงานที่เซิ่งเจิงโจวเคยใช้
เธอยอมรับไม่ได้