เวินซูไม่คิดว่าเธอยังไม่ทันได้ไปเอาเรื่องซูจื้อเหยา อีกฝ่ายกลับชิงแสดงอำนาจใส่เธอเสียก่อน
ท่าทางหยิ่งผยองราวกับเรื่องก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น
เธอรู้ว่าซูจื้อเหยาคิดอะไรอยู่
ก็แค่มั่นใจว่าพนักงานทั่วไปไม่มีทางรู้เรื่องงานฉลองครบรอบของตระกูลเซิ่ง มีเพียงผู้บริหารระดับสูงที่อยู่ในงานเท่านั้นที่รู้ว่าซูจื้อเหยาเป็นมือที่สาม เธอจึงยังอาศัยความได้เปรียบจากข้อมูลที่คนอื่นไม่รู้มาวางท่าอยู่เช่นนี้
“โทรลงไปข้างล่างเลยสิ” ซูจื้อเหยาดูเหมือนจะเริ่มหมดความอดทน เธอเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ สีหน้าไม่พอใจอย่างยิ่งที่เวินซูมาปรากฏตัวที่นี่
หลังจากวันนั้น เฟย์ไม่ได้ออกหน้ามาเอาเรื่องเธอ ส่วนทางเผยเสียนก็ไม่ได้ตามจี้ถามต่อ
ไม่มีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นตามมา
เรื่องนี้ทำให้เธอเข้าใจว่า หลังจากลู่เฟ่ยไปส่งเธอที่บ้านในวันนั้น เซิ่งเจิงโจวได้ช่วยจัดการปัญหานี้ให้เธอแล้ว
ต่อให้เวินซูไม่ยอมแพ้และอยากฉุดเธอลงจากแท่นบูชา ก็ไม่ได้ช่วยอะไรอีกแล้ว
แม้ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะแจ้งเธอว่าเรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากยืนยันได้ว่าเธอจงใจจดสิทธิบัตรซ้ำและลอกผลงานของคนอื่น ก็จะเพิกถอนสิทธิในสิทธิบัตรทั้งหมดของเธอ
แต่เธอไม่กังวล
เธอตรวจสอบมาแล้ว
เฟย์ไม่เคยจดทะเบียนสิทธิบัตร
อีกฝ่ายไม่มีหลักฐานว่าจดทะเบียนก่อนเธอ เพราะฉะนั้นสุดท้ายสิทธิในสิทธิบัตรก็ยังเป็นของเธออยู่ดี พอถึงตอนนั้นเธอค่อยชี้แจงต่อสาธารณะว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด แล้วเติมทฤษฎีสมคบคิดเข้าไปอีกหน่อย คนทั่วไปก็จะเชื่อเธอเอง
“แต่ว่า...” คนข้าง ๆ เตือนซูจื้อเหยาอย่างข้องใจ “เหมือนว่าถ้าจะขึ้นมาชั้นนี้ต้องรูดบัตรนี่คะ? หรือว่าเป็นแขกของประธานถาน?”