เวินซูมองใบหน้าหล่อเหลาโดดเด่นของชายหนุ่ม
หัวใจราวกับถูกเกล็ดน้ำแข็งค่อย ๆ ห่อหุ้มทีละชุ่น
จู่ ๆ เธอก็เข้าใจความหมายของเซิ่งเจิงโจว
เขารู้จุดประสงค์ของเธอ ดังนั้นจึงกำลัง “ใช้วิธีของเธอตอบโต้เธอ” เพราะเขารู้ว่าเธอไม่มีทางสร้างเรื่องหลอกลวงให้ใหญ่โตขนาดนั้นได้
ยิ่งไปกว่านั้น
เซิ่งเจิงโจวกำลังบอกเธอว่า
เขาจะเป็นผู้จัดงานก็ได้ หรือจะเป็นผู้ซื้อก็ได้ แต่ของโบราณที่เธออยากรักษาไว้ก็ไม่มีทางตกถึงมือเธออยู่ดี
ดวงตาของซูจื้อเหยาพลันเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้ง
เธอเหลือบมองเวินซูอย่างมีนัยแฝง ก่อนจะยิ้มหวานยิ่งกว่าเดิม
เวินซูเข้าใจแล้ว
เธอไม่มีทางสู้เซิ่งเจิงโจวได้
ความไร้เรี่ยวแรงนั้นทำให้ในอกอึดอัดราวกับมีเม็ดทรายร้อนผ่าวกลิ้งอยู่ เธอมองเขาด้วยแววตาแทบสิ้นหวัง
เซิ่งเจิงโจวดูเหมือนไม่ทันสังเกตอารมณ์ของเวินซู เขาค่อย ๆ เอ่ยว่า “ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานในวันนี้ ของชิ้นแรกให้ผมเป็นคนเปิดประเดิมก็แล้วกัน เดี๋ยวผมจะมอบให้แขกผู้โชคดีที่อยู่ในงาน”
เวินซูหันไปมองเขาทันที
ราวกับคิดว่าตัวเองฟังผิดไป
เมื่อเสียงของเซิ่งเจิงโจวสิ้นสุดลง
เสียงโห่ร้องยินดีดังขึ้นระงม
ซูจื้อเหยาก็นิ่งอึ้งไป ก่อนจะมองเขาด้วยแววตาซาบซึ้ง “เจิงโจว ขอบคุณที่ทำเพื่อฉันมากมายขนาดนี้...”
เซิ่งเจิงโจวซื้อแจกันใบนั้น แล้วมอบให้แขกในงานที่ชื่นชอบมัน
เขาช่วยเปิดทางให้เธอสร้างอนาคตและสายสัมพันธ์ แถมยังช่วยเสริมแผนฟื้นฟูชื่อเสียงในครั้งนี้ให้สำเร็จ วันหน้าเมื่อเธอเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง คนที่อยู่ในงานวันนี้ รวมถึงผู้ที่ได้รับประโยชน์จากเซิ่งเจิงโจว ก็จะกลายเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มั่นคงและคอยสนับสนุนเธอ