ช่างน่าแปลกจริง ๆ
เวินซูแทบคิดไม่ออกว่าเซิ่งเจิงโจวจะมีธุระอะไรกับเธอ ในเมื่อความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาของพวกเขามาถึงขั้นนี้แล้ว แม้แต่ความห่วงใยก็ยังไม่มีให้กัน
แต่ตลอดช่วงที่ผ่านมา
ทุกครั้งที่เซิ่งเจิงโจวติดต่อเธอ
ไม่เคยมีเรื่องดีเลยสักครั้ง
เธอจ้องหน้าจออยู่นาน
ก่อนจะกดตัดสายทันที
ยิ่งวันนี้เพิ่งเกิดเรื่องที่ร้านของเก่า เธอก็ไม่คิดว่าจะมีอะไรต้องคุยกับเซิ่งเจิงโจว
เป็นไปตามคาด
ดูเหมือนเซิ่งเจิงโจวจะไม่ได้แปลกใจกับการที่เธอตัดสาย ราวกับแค่อยากเห็นท่าทีของเธอเท่านั้น หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้โทรมาอีก
ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าทำไมเธอถึงไม่รับสาย
สำหรับเซิ่งเจิงโจวแล้ว บางทีเขาคงไม่คิดว่าตัวเองมีหน้าที่ต้อง “ห่วงใย” เธอ
วันถัดมา
เวินซูได้รับโทรศัพท์จากเผยเสียนตั้งแต่เช้าตรู่
“วันนี้สิบโมงมาที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์จิงต้าสักหน่อย มีงานบรรยายวิชาการระดับสูง เธอกำลังจะเข้ารับตำแหน่งรองศาสตราจารย์แล้ว มาร่วมงานด้วยนะ หัวข้อเกี่ยวกับการพัฒนายาและการแพทย์อัจฉริยะ เตรียมตัวไว้ด้วย”
เวินซูตื่นตัวขึ้นมาทันที
งานบรรยายวิชาการของมหาวิทยาลัยจิงต้าเป็นแหล่งรวมผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของประเทศ
คนที่จะเข้าร่วมได้ล้วนต้องผ่านเกณฑ์สูงมาก นอกจากผู้เชี่ยวชาญชั้นแนวหน้าในวงการแล้ว ก็ยังมีนักศึกษาที่ฝ่าฟันการแข่งขันระดับประเทศจนขึ้นมาถึงจุดสูงสุดในสาขาของตัวเอง
ไม่ใช่ใครอยากเข้าร่วมก็เข้าร่วมได้
เวินซูรีบลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน “รับทราบค่ะ”
ก่อนออกจากบ้าน
เวินซูไปที่ตู้เก็บของของตัวเอง หยิบยาลูกกลอนที่เธอค้นคว้าและทดลองปรับสัดส่วนมาหลายปีใส่กระเป๋าไปขวดหนึ่ง