เวินซูมองใบหน้ากลมป้อมของลิ่งอี๋ ไม่ได้พูดอะไรให้มากความ บางครั้งเด็ก ๆ กลับเข้าใจน้ำหนักของความเจ็บปวดได้ดีกว่าผู้ใหญ่ โลกของพวกเขาแคบเล็ก เรื่องราวที่เคยพบเห็นจึงสลักอยู่ในใจทั้งหมด
ผู้ใหญ่มักจะเคยชินกับการหลงลืมความเจ็บปวดบางอย่างไปโดยไม่รู้ตัว หรือไม่ก็หลบเลี่ยงมัน
แต่เด็ก ๆ ไม่เป็นเช่นนั้น
“เข้ามาสิ” เวินซูเอ่ยโดยไม่หันกลับไปมอง
อย่างไรเสีย เหวินรั่วก็เป็นคนเชิญมา คุณตากับแม่ยังไม่รู้สถานการณ์ระหว่างพวกเขาพอดี วันนี้หลังฉลองปีใหม่กันเสร็จ เธอจะได้พูดให้ชัดเจนเสียที จะได้ไม่เข้าใจผิดว่าเซิ่งเจิงโจวยังเป็นลูกเขยกับหลานเขยของพวกเขา แล้วคอยเป็นห่วงเขาอีก
เวินซูจูงลิ่งอี๋เดินเข้าบ้านไปก่อน
ส่วนเซิ่งเจิงโจวยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน
คำว่า “คุณลุง” จากลิ่งอี๋ ฟังแล้วบาดลึกถึงกระดูกยิ่งกว่าคำว่า “คุณลุง” ครั้งไหน ๆ ที่เธอเคยพูดโดยไม่รู้ความจริงเสียอีก
เธอรู้ว่าเขาเป็นพ่อของเธอ
แต่ลิ่งอี๋ตัวน้อยไม่มีทีท่าว่าจะยอมรับ
แววตาของเซิ่งเจิงโจวไหววูบแทบสังเกตไม่เห็น สุดท้ายเขาเม้มริมฝีปากบาง ๆ ก่อนก้าวเข้าไปในบ้าน
เขารู้ดีว่าลิ่งอี๋สงสารแม่ จึงกำลังบอกเขาว่าเธออยู่ข้างแม่
แบบนี้ก็ดีแล้ว
ลูกสาวของเขาได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี รู้จักเห็นใจและปกป้องแม่ของตัวเอง
ทันทีที่เข้าบ้าน
เหวินรั่วกับเหวินชิงซงก็หันกลับมา รีบกวักมือเรียก “เจิงโจว รีบไปล้างมือเถอะ กินข้าวได้เลย”
เซิ่งเจิงโจวพยักหน้า “มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”