จนกระทั่งได้เห็นชายหนุ่มบนเตียงผู้ป่วยที่เหลือลมหายใจรวยริน เขาไม่เคยแสดงท่าทีอ่อนแอเช่นนี้มาก่อน นอนนิ่งสงบ ใบหน้าหล่อเหลาไร้สีเลือด ต้องอาศัยเครื่องมือทางการแพทย์ประคองชีวิตไว้
ในห้องอันเงียบสงัด เสียงจากเครื่องมือเหล่านั้นฟังดูแสบแก้วหู
ราวกับกำลังบ่งบอกถึงสัญญาณชีพอันเปราะบางของเขา ที่อาจพังทลายลงได้ทุกเมื่อ
ลมหายใจแผ่วเบานั้นอาจหยุดลงได้ทุกขณะ
เวินซูนั่งเงียบ ๆ อยู่ข้างเตียงของเขา
เธอไม่ได้แตะต้องเขา
เพียงพูดกับตัวเองเสียงเบา “คุณเป็นคนตัดสินใจอะไรเองเสมอ เคยชินกับการคิดทุกอย่างไว้คนเดียว แต่ไม่เคยบอกฉันสักนิด”
“พูดตามตรงนะ”
“ฉันไม่ชอบเลยที่คุณตัดสินใจทุกอย่างเงียบ ๆ คนเดียว ต่อให้ทำเพื่อฉัน ก็ทำให้ฉันอึดอัดอยู่ดี”
เวินซูมองใบหน้าของเขา “คุณวางแผนทุกอย่างไว้ให้ฉันหมดแล้ว เป็นสิ่งที่คุณคิดว่าดีที่สุดและรอบคอบที่สุด”
“เซิ่งเจิงโจว บางครั้งคุณก็ไร้เหตุผลเหมือนกันนะ”
แต่...
เวินซูมองเปลือกตาบางของเขาที่มีสีแดงเรื่อ ๆ ขนตาดูเหมือนจะขยับ แต่ก็เหมือนไม่ได้ขยับ
“ฉันรู้ว่าคุณทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้แล้ว”
ตั้งแต่เด็ก เขาก็ขาดความรัก คนในครอบครัวปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ เขาเห็นเรื่องเลวร้ายมามากมาย ทั้งความไร้เยื่อใยของพ่อ การจากไปของแม่ แม้แต่คุณปู่คุณย่าก็ต่างมีแผนการของตัวเอง ไม่มีใครคอยปกป้องเขา