“ซูซู!”
อวี้เหยี่ยนเว่ยสีหน้าเปลี่ยนไป
ต้วนอี้เสียนรีบโยนกระเป๋าที่สะพายอยู่ทิ้ง “แย่แล้ว!”
อวี้เหยี่ยนเว่ยพุ่งเข้าไปอุ้มเธอขึ้นมา
“ซูซูเป็นอะไรไป?”
จงเฮ่อถังรีบเข้ามาจับชีพจรที่ข้อมือของเวินซู “เหนื่อยจนร่างกายรับไม่ไหวแล้ว ถ้ายังฝืนต่อไปอีก เธอได้ตายกะทันหันแน่”
ต้วนอี้เสียนรีบพุ่งเข้ามา พูดอย่างไม่พอใจว่า “เธอคงเหนื่อยเกินไป ตั้งแต่มาสวิตเซอร์แลนด์ก็ไม่ได้พักเลยสักครั้ง แต่ละวันนอนยังไม่ถึง 2 ชั่วโมง แถมยังกลับประเทศไปตามหาคนอีก ไม่ได้หยุดพักแม้แต่นิดเดียว เส้นประสาทตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา แถมยังฝืนผ่าตัดใหญ่ตั้งสิบกว่าชั่วโมง รอดมาได้ก็นับว่าปาฏิหาริย์แล้ว!”
“พาไปห้องพักผู้ป่วยก่อน ให้น้ำเกลือ” เหอหว่านอินเองก็เป็นห่วงจนใจแทบขาด
สถานการณ์กลับมาวุ่นวายอีกครั้ง
ทุกคนยุ่งกันจนมือเป็นระวิงทั้งสองฝั่ง
ต้วนอี้เสียนยกมือกุมหน้าผาก “เธอนี่เหมือนทำจากเหล็กจริง ๆ”
เธอเห็นกับตาว่าช่วงนี้เวินซูพยายามมากแค่ไหน ทำงานต่อเนื่องไม่หยุดพัก เวินซูรักษาท่าทีสงบนิ่งมีเหตุผลอยู่เสมอ ไม่เผยความอ่อนแอหรือเหนื่อยล้าออกมาแม้แต่น้อย
ต้วนอี้เสียนได้เห็นกับตาแล้วว่าเวินซูอดทนได้มากแค่ไหน
เวินซูหลับไปนานมากจริง ๆ
เธอเหนื่อยเกินไป
ทั้งยังฝันประหลาดเหลือเชื่อมากมาย
ตอนตื่นขึ้นมา ก็เป็นช่วงเย็นของวันถัดไปแล้ว
ทันทีที่ลืมตา เธอก็พลิกตัวลงจากเตียง แต่เพราะลุกเร็วเกินไป จึงเวียนศีรษะจนภาพตรงหน้าหมุนคว้างอีกครั้ง