เมื่อได้ยินเสียงนั้น
เวินซูจึงได้สติ หันขวับไปมองทันที แล้วก็เห็นฮั่วเยี่ยนเดินตรงเข้ามาจากระยะไกล ใบหน้าที่ปกติก็ไม่ค่อยยิ้มแย้มอยู่แล้วบัดนี้ยิ่งดูเคร่งขรึมเย็นชาอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น
เซิ่งเจิงโจวมีสีหน้าเรียบเฉย เขาเหลือบมองไปด้านข้างเล็กน้อย
ก่อนสบตากับฮั่วเยี่ยนที่เดินเข้ามาใกล้แล้ว
เขาค่อย ๆ ยืดตัวขึ้น ดวงตาดำสนิทไม่เผยความคิดใด ๆ «คุณฮั่ว»
ฮั่วเยี่ยนสำรวจเวินซู เมื่อแน่ใจว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรมาก จึงเลื่อนสายตาไปยังมือของเซิ่งเจิงโจวที่จับข้อพับแขนของเธอไว้ «เสี่ยวซูไม่ชอบแบบนี้ รบกวนคุณเซิ่งคำนึงถึงความรู้สึกของเธอก่อนนะครับ»
เขาไม่ได้พูดจารุนแรง แต่ก็ฟังไม่เป็นมิตรนัก
บรรยากาศเงียบงันชวนอึดอัด ราวกับต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมถอย
เซิ่งเจิงโจวเพียงมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชา
จู่ ๆ ริมฝีปากบางก็ขยับเล็กน้อย
แต่เวินซูกลับฉวยโอกาสนั้น สะบัดมือที่ถูกเซิ่งเจิงโจวจับไว้สุดแรงโดยไม่ลังเล เธอเม้มปาก สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ «คุณมาหาฉันเหรอ?»
«อืม ผมเพิ่งลงจากเครื่อง» ฮั่วเยี่ยนจึงหันมาหาเธอ
«ตอนนี้ฉันต้องไปจัดการธุระบางอย่าง ถ้าสะดวก ช่วยรอฉันก่อนนะ?» เวินซูรู้ว่าฮั่วเยี่ยนคงตั้งใจมาหาเธอ ไม่ก็มีเรื่องเกี่ยวกับหนังสือรับรองสถานภาพโสดที่เขาไปทำมา
บทสนทนาระหว่างทั้งคู่เป็นธรรมชาติและผ่อนคลายอย่างยิ่ง
เซิ่งเจิงโจวเอนพิงประตูรถอย่างไม่ใส่ใจ
ก้มมองพลางหยิบไฟแช็กออกมา กดจุดเปลวไฟสีฟ้าอมม่วงขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
«ไม่เป็นไร» ฮั่วเยี่ยนตอบ
จากนั้นก็หันไปมองเซิ่งเจิงโจวที่เงียบมาตลอด «ถ้าคุณเซิ่งว่าง เราคุยกันสักหน่อยก็ได้นะครับ คำตอบที่คุณต้องการ บางทีผมอาจให้ได้»
