ภายในห้องสวีตอันเงียบสงัด เสียงของเซิ่งเจิงโจวแฝงความเย้ายวนชวนทรมาน ค่อย ๆ บดขยี้เส้นประสาทของเวินซูทีละน้อย
จู่ ๆ หัวใจของเธอก็กระตุกวูบขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ
เธอหันกลับไปหมายจะมองเขา
ทว่าเบื้องหน้ากลับถูกเงาทอดคลุมเสียแล้ว ขณะที่ชายหนุ่มก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งของเขายันผนังไว้อย่างหลวม ๆ ก่อนจะปิดสวิตช์ไฟหลักของห้องราวกับไม่ได้ตั้งใจ
เหลือไว้เพียงไฟพื้นรอบเตียงใหญ่
พอให้ห้องนี้ไม่มืดสนิทจนเกินไป
เวินซูถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว ส้นเท้ากระแทกเข้ากับขั้นเตียง จนเกือบทรงตัวไม่อยู่
เซิ่งเจิงโจวยกมือโอบเอวเธอไว้
เวินซูเงยหน้าขึ้นสบดวงตาดำสนิทของเขา อารมณ์ที่ปกติไม่เคยเผยออกมาให้เห็น ดูเหมือนจะเอ่อล้นขึ้นมาอย่างเงียบเชียบในเวลานี้ เขาจับข้อมือเธอไว้แล้วเอ่ยว่า “ระวังล้ม”
ฝ่ามือที่ร้อนผ่าวของเขาทำให้แผ่นหลังเวินซูแข็งเกร็งไปหมด
เธออึ้งงัน “เซิ่งเจิงโจว? คุณเป็นอะไรหรือเปล่า...”
สายตาพลันหันไปมองเครื่องดื่มที่ยังส่งกลิ่นหอมหวานอยู่ทางนั้น
เหล้านั่นมีอะไรผิดปกติ!
เซิ่งเจิงโจวขมวดคิ้วแน่น ลูกกระเดือกคมชัดขยับขึ้นลง แต่กลับไม่ยอมปล่อยเวินซู
เวินซูรีบผลักเขา “คุณดื่มไปเท่าไร? ในเหล้านั่นมีอะไรหรือเปล่า?”
คืนนี้มีคนไม่น้อยเข้าไปชนแก้วกับเซิ่งเจิงโจว
แม้ไม่มีใครกล้าคะยั้นคะยอให้เซิ่งเจิงโจวดื่ม แต่คนมีจำนวนมาก ดื่มวนไปหนึ่งรอบก็ทำให้เขามึนเมาเล็กน้อยแล้ว หากตอนนี้มีอะไรไปกระตุ้นอีก ผลที่ตามมาคงเกินคาด
“คุณไปอาบน้ำให้สดชื่นก่อน จะได้มีสติขึ้น” เวินซูสีหน้าไม่สู้ดี รีบเสนอทางออกทันที