บทพูดของลิ่งอี๋ทำให้เซิ่งเจิงโจวลืมตาขึ้น เขายังคงอยู่ในท่าเดิม พลางมองไปทางเธอ
ลิ่งอี๋ไม่ค่อยชอบให้ใครคาดเดาเรื่องแม่ของเธอ และยิ่งไม่ชอบท่าทีแบบที่คนพูดว่า “แม่เธอมีเธอแล้ว ทำไมถึงยังไม่แต่งงาน”
ถ้าเป็นไปได้
เธอหวังว่าไม่ว่าแม่จะตัดสินใจทำอะไร ก็จะเป็นการตัดสินใจที่ทำให้แม่มีความสุขจากใจจริง
ดังนั้น
ลิ่งอี๋มองอวี้เหยี่ยนเว่ยอย่างจริงจัง “แม่หนูไม่ได้จำเป็นต้องแต่งงานกับใคร เพราะหนูกับแด๊ดดี้...”
ติ๊งต่อง
เสียงกริ่งประตูดังขึ้นกะทันหัน
อวี้เหยี่ยนเว่ยที่กำลังเหม่อพลันหันไปมอง
เขามองลิ่งอี๋อย่างประหลาดใจแวบหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้น
ไม่คิดเลยว่าเด็กตัวเล็กแค่นี้จะมีความคิดเป็นของตัวเอง แถมยังปกป้องเวินซูมากด้วย
เซิ่งเจิงโจวเองก็ขยับตัวลุกขึ้นเล็กน้อย
พลางหันไปมองประตู
ประตูเปิดออก
อวี้เหยี่ยนเว่ยเห็นฮั่วเยี่ยนกับเวินซูที่เพิ่งมาจากโรงพยาบาล
เวินซูเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้ว มองไม่เห็นร่องรอยหรือความผิดปกติใด ๆ ที่บ่งบอกว่าเพิ่งเกิดเรื่อง เธอพยักหน้าให้อวี้เหยี่ยนเว่ย “คุณอวี้ รบกวนแล้วค่ะ”
อวี้เหยี่ยนเว่ยกวาดตามองเธอโดยไม่รู้ตัว
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ
จึงหลีกทางให้
“ไม่ต้องเกรงใจครับ”
ฮั่วเยี่ยนพยักหน้าเช่นกัน “พวกเรามารับลิ่งอี๋ครับ”
พอได้ยินเสียง
ลิ่งอี๋ก็รีบลุกขึ้น วิ่งร่าเริงมาทางนี้ทันที
“แม่!”
ฮั่วเยี่ยนกลัวว่าเวินซูจะยังไม่สบายจากฤทธิ์ยาสลบ จึงก้าวขวางหนึ่งก้าวก่อนที่ลิ่งอี๋จะโผเข้าหาเวินซู แล้วนั่งยอง ๆ ยื่นมือไปหาเด็กน้อย “ให้แด๊ดดี้อุ้มไหม?”
ลิ่งอี๋จึงหยุดกึก
ฮั่วเยี่ยนอุ้มลิ่งอี๋ขึ้นมา ตั้งแต่เปิดประตู เวินซูก็เห็นเซิ่งเจิงโจวนั่งอยู่ในห้องรับแขกแล้ว เขาเอียงตัวเล็กน้อย เธอจึงเห็นเพียงด้านข้างของเขา
