การบันทึกเสียงสิ้นสุดลง
แต่เรื่องราวยังไม่จบ
“แต่พวกเธอกลับจับได้ว่าฉันเป็นคนทำ” เหวินรั่วหัวเราะอย่างขมขื่น “ตอนที่ฉันตั้งใจจะพาเสี่ยวเสี่ยงกับสินเดิมออกจากตระกูลซู เพื่อทวงความเป็นธรรมให้เฉียวเฉียว ฉันก็ประสบอุบัติเหตุรถยนต์...”
คำพูดของเธอ
ราวกับสายฟ้าฟาดลงมาอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ไป๋เหมยถูกจับเข้าคุก ก็เพราะมีส่วนพัวพันกับการจ้างวานฆ่าเหวินรั่ว บัดนี้เมื่อนำเรื่องทั้งสองมาเชื่อมโยงกัน
เห็นได้ชัดว่าเหตุผลไม่ได้มีแค่เพราะร้านขายของเก่าที่อยู่ในมือเหวินรั่ว
แต่เป็นเพราะกลัวความจริงจะถูกเปิดเผย จึงคิดฆ่าปิดปาก!
เพี๊ยะ!
เมื่อทุกคนได้สติกลับมา
เสียงตบฉาดหนึ่งก็ดังก้องขึ้น
ไม่รู้ว่าเหวินซูเข้าไปแยกอวี้เหยี่ยนเว่ยออกตั้งแต่เมื่อไร ดวงตาทั้งสองแดงก่ำ เธอยกมือขึ้นฟาดหน้าสวี่จือหรานอย่างแรงจนอีกฝ่ายล้มลงกับพื้นทันที
มุมปากมีเลือดไหลซึมออกมา
เหวินซูหายใจหอบ ความมีสติถูกฉีกกระชากจนหมดสิ้น เธอไม่พูดอะไรสักคำ เพียงจับมือที่สวี่จือหรานยกขึ้นมาป้องกันไว้ แล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าอีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า สีหน้าเย็นชา
ลำคอของเธอแหบจนเปล่งเสียงไม่ออก แม้แต่คำด่าที่อัดอั้นด้วยความโกรธก็ยังพูดไม่ได้
ทำได้เพียงระบายความแค้นอย่างไร้ความรู้สึก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สวี่จือหรานไม่มีแรงแม้แต่จะตอบโต้
จนกระทั่งมือของเหวินซูบวมแดงไปหมด
เซิ่งเจิงโจวเดินเข้ามาจับข้อมือเธอไว้ ก่อนดึงเบา ๆ เหวินซูอ่อนแรงไปทั้งตัวจนแทบยืนไม่ไหว เขายกมือประคองเอวเธอไว้ ให้ร่างไร้เรี่ยวแรงพิงอยู่ในอ้อมแขน
เหวินซูแยกไม่ออกแล้วว่าใครกำลังโอบกอดเธออยู่
ความเจ็บปวดทั้งมวลถูกเปิดโปงจนหมดสิ้นในชั่วขณะนี้