อวี้เหยี่ยนเว่ยตั้งใจจะหยั่งเชิงความรู้สึกของเวินซู
เขากังวลมากว่าเวินซูจะถลำลึกลงไปในเรื่องนี้
เวินซูเงยหน้าขึ้น แววตาเปิดเผยตรงไปตรงมา “ยุโรปเหรอ? เขาจะไปดูแลส่วนงานของตระกูลเซิ่งที่ยุโรปหรือ?”
ช่วง 2 ปีแรกหลังแต่งงาน เซิ่งเจิงโจวประจำอยู่ที่อเมริกาตลอด
ตอนนี้ไปยุโรป ก็คงเป็นเพราะหน้าที่การงาน
“ไม่รู้เหมือนกัน เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ดูจากท่าทีแล้ว อาจจะไม่ได้กลับประเทศในเร็ว ๆ นี้”
“งานของเขายุ่งมาตลอด ฉันจะไปส่งในฐานะอะไร?” เวินซูเปิดกล่องเค้กดอกหอมหมื่นลี้ ตักขึ้นมาคำหนึ่งเบา ๆ
“ก็จริง หย่ากันแล้วนี่” ในใจอวี้เหยี่ยนเว่ยมีความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
ที่จริงทั้งเขาและเวินซูต่างก็รู้ดี
เรื่องของตระกูลอวี้ที่จัดการสวี่จือหรานกับอวี้ซีอย่างไร้หนทางรอดเช่นนี้ เซิ่งเจิงโจวมีส่วนช่วยไม่น้อย ดูเหมือนเขาจะทุ่มเททั้งกำลังคนและทรัพยากรของตัวเองเป็นพิเศษในเรื่องนี้
“แต่พอเขาจากไป ความสัมพันธ์อันเลวร้ายระหว่างพวกคุณก็จะจบลงอย่างแท้จริง ตัดขาดกันโดยสิ้นเชิง”
จู่ ๆ เขาก็คิดว่าแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน
ทั้งสองอยู่คนละซีกโลก หลังจากนี้แทบไม่มีโอกาสได้พบกันอีก ไม่พบหน้า ไม่คิดถึง ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกใด ๆ ราวกับต่างฝ่ายต่างเลือนหายไปจากโลกของกันและกัน เรื่องราวในอดีตก็คงถูกกาลเวลาพัดพาให้ลืมเลือนไป
แม้แต่ในชีวิตของอีกฝ่าย ทั้งคู่ก็คงค่อย ๆ กลายเป็นเพียงควันจาง ๆ
ไม่อาจก่อระลอกคลื่นใด ๆ ได้อีก
“ถึงตอนนั้นค่อยอธิบายให้ลิ่งอี๋ฟังก็พอ” เวินซูส่งเค้กเข้าปาก รสหวานละมุนไม่เลี่ยน และไม่ได้พูดถึงตัวเอง แต่เป็นลูก
“ลิ่งอี๋จะยังคิดถึงเขาได้หรือ?” อวี้เหยี่ยนเว่ยแค่นหัวเราะเบา ๆ