เวินซูสบตากับเขา ดวงตาคู่นั้นนิ่งสงบไร้ระลอกคลื่น
แก้มของเธอร้อนผ่าวด้วยความกระอักกระอ่วน สถานการณ์น่าอึดอัดของเธอถูกเซิ่งเจิงโจวคาดเดาไว้แล้ว
กงซวี่ยังคงพูดต่อว่า “น้ารู้ว่าเรื่องนี้ทำให้หนูรู้สึกไม่สบายใจ คนที่ผิดคือพวกจงใจปล่อยข่าวลือใส่ร้ายหนู น้ารู้ว่าหนูไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ครอบครัวกับบริษัทใหญ่ขนาดนี้ เวลาทำอะไรก็ใช้อารมณ์ไม่ได้ ต้องคิดให้รอบคอบและมองภาพรวม อาเยี่ยนยืนกรานไม่ยอมถอย น้าจึงได้แต่ต้องมาขอร้องหนู หนูช่วยเป็นฝ่ายบอกอาเยี่ยนให้เลื่อนเรื่องนี้ออกไปก่อนได้ไหม”
“ถ้าหนูยอม น้ายินดีชดเชยทุกอย่างที่หนูต้องการ ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ตระกูลฮั่วจำใจต้องทำ และทำให้หนูเสียใจจริง ๆ น้าจะไม่ปัดความรับผิดชอบแน่นอน”
เวินซูรู้ดีว่าในฐานะคนตระกูลฮั่ว ทั้งยังกุมบังเหียนจัดการเรื่องต่าง ๆ ภายในบริษัท กงซวี่ซึ่งเป็นผู้หญิงเก่งด้านการงานย่อมเข้าใจผลกระทบของเรื่องนี้ดี ไม่ว่าจะต่อตลาดหุ้น แบรนด์ หรือภาพลักษณ์ในสังคม ล้วนเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
เธอไม่มีสิทธิ์ตำหนิกงซวี่ที่ยึดเรื่องงานเป็นหลัก
แต่เธอก็ถูกตระกูลฮั่วชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียแล้วทอดทิ้งอีกครั้งจริง ๆ...
แม้จะเป็นเพียงชั่วคราวก็ตาม
“ได้ค่ะ” เวินซูตอบตกลง
น้ำเสียงของเธอกลับมาสงบนิ่ง ไร้อารมณ์เจือปนแล้ว
กงซวี่เหมือนอยากพูดอะไรแต่ก็หยุดไว้ “ซูซู ถ้าจะโทษก็โทษน้าเถอะ อาเยี่ยนจริงใจกับหนูนะ”
“ฉันเข้าใจค่ะ ถึงอย่างไรเราก็ยังไม่ใช่ครอบครัวเดียวกัน ฉันคนเดียวจะสำคัญกว่าผลประโยชน์ของพวกคุณได้ยังไง”
“ซูซู...”
“คุณน้าคะ ฉันยังมีธุระต้องทำ ไว้คุยกันคราวหน้านะคะ”
เวินซูเลือกตัดสาย
ในใจเธอมีคลื่นอารมณ์ก่อตัวขึ้นเล็กน้อย
ที่แท้ความสัมพันธ์ระหว่างคนเราก็เปราะบางเช่นนี้ แม้กงซวี่จะดีกับเธอมาโดยตลอด ทั้งตรงไปตรงมาและเด็ดขาด แถมยังเคยช่วยออกหน้าแทนเธอด้วย