น้ำเสียงของซูจื้อเหยานุ่มนวลและสุภาพ ทว่าลึกลงไปในดวงตาที่จับจ้องเวินซู กลับมีแววเยาะเย้ยคมกริบซ่อนอยู่ แม้บนใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มก็ตาม
สายตาจำนวนมากพากันจับจ้องมาทางเวินซูไม่ขาดสาย
เดิมทีเธอคิดจะวางตัวเป็นคนนอก แต่ซูจื้อเหยากลับดึงเธอเข้ามาพัวพันให้ได้
ถึงขั้นทำให้เธอกลายเป็นตัวตลกที่ถูกทุกคนรุมประณาม
เจียงหรูยกชาขึ้นจิบต่อ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างมีนัย
เธอรู้ดีว่าซูจื้อเหยามีอิทธิพลต่อเวินซูมากแค่ไหน ดูสิ แค่ขยับปากไม่กี่คำก็ทำให้เวินซูเสียหน้า แถมยังแทงใจดำได้อย่างง่ายดาย
“เขาให้คุณมาหาฉันเพื่อให้ช่วยดูแลครรภ์เหรอ?” เวินซูวางขนมในมือลงอย่างช้า ๆ เธอจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าซูจื้อเหยาจงใจทำเช่นนี้
ดังนั้นเธอจึงถามออกไปอย่างตรงไปตรงมายิ่งขึ้น
แววตาซูจื้อเหยาไหววูบ ก่อนจะยิ้มแล้วกล่าวว่า “ฉันไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอคุณที่นี่ คุณเป็นศิษย์เอกที่อาจารย์จงภาคภูมิใจนี่นา ลูกคนแรกของฉันกับเจิงโจวก็เป็นสิ่งที่ฉันทะนุถนอมมาก ถ้ามีหมอเก่ง ๆ คอยช่วยดูแลครรภ์ ฉันกับเจิงโจวก็สบายใจ”
ถ้อยคำของเธอไม่ได้ตอบชัดเจนว่า “เซิ่งเจิงโจวเป็นคนสั่งมา” แต่ทุกคำทุกประโยคล้วนฟังราวกับเป็นการตัดสินใจร่วมกันของพวกเขา
มุมปากเวินซูเผยรอยยิ้มหยัน แววตาเย็นชา
ลูกของพวกเขา แล้วทำไมเธอต้องเป็นคนรับผิดชอบด้วย?
“ไม่กลัวเหรอว่าพวกคุณทำเรื่องเลวร้ายไว้มากเข้า ฉันจะแอบใส่ยาพิษลงไปสักหน่อย?”
ซูจื้อเหยามองเธออย่างจนปัญญา ราวกับเวินซูกำลังหาเรื่องจนคุยกันไม่รู้เรื่อง
จู่ ๆ ดวงตาเธอก็แดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้า ก่อนจะเดินมานั่งข้างเวินซู “ฉันรู้ว่าตอนนี้คุณคงรู้สึกแย่ หลายปีมานี้คุณยังทำให้เจิงโจวยอมมีลูกกับคุณไม่ได้ แต่คุณต้องยอมรับความจริงนะ อะไรที่ควรปล่อยวางก็ปล่อยวางเสีย ให้อภัยเจิงโจว แล้วก็ปล่อยฉันไป คนที่รักกันไม่ควรต้องทนทุกข์ทรมานแบบนี้”
