เฉินเป่าผิงเป็นคนแรกที่เห็นเวินซู
เธอทักขึ้นทันทีว่า “อ้าว นั่นใครกัน ไม่เจอกันตั้งนานแล้วนะ”
เจียงหรูที่นั่งอยู่ข้างเฉินเป่าผิงหันกลับมามองเวินซูเช่นกัน แววตาเย็นชาเจือความพินิจพิเคราะห์ เธอเองก็คาดไม่ถึงว่าเวลานี้เวินซูจะโดดเด่นจนไม่มีใครเทียบได้ เป็นรองศาสตราจารย์ที่มาแรงที่สุดของมหาวิทยาลัยจิงต้า เรื่องนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในแวดวงของพวกเธอมานานทีเดียว
หลายคนต่างพากันสอบถามข่าวคราว
ตระกูลเซิ่งเองก็ได้รับความสนใจไม่น้อย
ถึงขั้นมีคนพูดว่าเธอโชคดี มีลูกสะใภ้ดีขนาดนี้
เวินซูเห็นทั้งสองคนก็ไม่ได้แปลกใจนัก
อย่างไรเสีย งานจิบน้ำชาของเจียงอิ่งก็จัดขึ้นสำหรับบรรดาภรรยาตระกูลผู้ดี เจียงหรูกับเฉินเป่าผิงมาร่วมงานด้วยจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
เธอตอบข้อความเจียงอิ่งไปว่าจะเข้าไปเดี๋ยวนี้
จากนั้นก็เดินตรงเข้าไปโดยไม่หันกลับมา
ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจเจียงหรูกับเฉินเป่าผิงแม้แต่น้อย
แต่ท่าทีเมินเฉยราวกับไม่เห็นหัวพวกเธอเช่นนี้ กลับทำให้เจียงหรูขมวดคิ้ว
เฉินเป่าผิงเองก็ไม่พอใจ เธอก้าวมาขวางเวินซูไว้ในไม่กี่ก้าว “เวินซู เดี๋ยวนี้เธอไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วจริง ๆ เจอแม่สามีกับคุณป้ารองทั้งที ยังไม่ทักทายกันสักคำ มหาวิทยาลัยจิงต้ารู้ไหมว่าเธอไม่เคารพผู้ใหญ่ขนาดนี้”
เวินซูมองเธอ “พอสอนลูกชายตัวเองไม่ได้จนต้องเข้าไปนอนคุก ก็หันมาสั่งสอนคนอื่นแทนแล้วหรือคะ”
เฉินเป่าผิงชะงักงัน ชี้หน้าเธอด้วยความโมโหจนพูดไม่ออก “เธอ...”
“เวินซู พูดกับผู้ใหญ่แบบนี้ได้ยังไง” เจียงหรูเดินเข้ามา สีหน้าไม่พอใจ “คำว่ากตัญญู เธอรู้ไหมว่าหมายถึงอะไร”
