ซูหนีอานรู้สึกตกใจมาก เหลียงเจาตี้ช่างไร้เดียงสาเสียจริง ถึงกับใช้ชีวิตสมรสเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยชีวิตตัวเอง
“เธอชื่อเหลียงเจาตี้ใช่ไหม” จู่ ๆ ซูหนีอานก็เอ่ยถามชื่อของอีกฝ่าย
“ใช่ค่ะ ฉัน... ที่บ้านฉันไม่มีลูกชายสักที พ่อแม่เลยตั้งชื่อให้ฉันว่าเหลียงเจาตี้”
ซูหนีอานไม่ต้องให้เธออธิบายก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
“ตอนนี้สิ่งแรกที่เธอต้องทำคือปกป้องตัวเองให้ดี ส่วนจะแจ้งตำรวจหรือไม่ ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอ ถ้าเธอกลัวเสียชื่อเสียงจนไม่กล้าแจ้งตำรวจจริง ๆ พวกเราก็จะทำเหมือนไม่ได้ยินเรื่องวันนี้ เธอตัดสินใจเองก็พอ แต่ฉันอยากบอกว่า ผู้ชายคนนั้นเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น ครั้งนี้เธอออกมาเป็นพยานจนทำให้เขาต้องเข้าไปอยู่ในคุก พอพ้นโทษออกมาเขาต้องตามแก้แค้นเธอแน่ ถึงตอนนั้นเธอค่อยมาแจ้งความก็ไม่มีหลักฐานอะไรแล้ว ตำรวจคงเอาผิดเขาไม่ได้ เธอจะยิ่งลำบากกว่าเดิม”
เมื่อได้ยินคำพูดของซูหนีอาน หัวใจของเหลียงเจาตี้ก็สั่นไหวอย่างหนัก
“พี่สะใภ้พูดถูกแล้ว ต่อหน้าคนตั้งมากมายเขายังกล้าทำกับเธอแบบนั้น แสดงว่าเขามั่นใจว่าควบคุมเธอไว้ได้ คิดว่าต่อให้ทำอะไรกับเธอ เธอก็ไม่กล้าเปิดโปง” กู้ชิงหยวนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อดพูดขึ้นมาไม่ได้
ระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังพูดคุยกัน กู้ชิงอวี่กับตำรวจคนนั้นก็คุยกันเสร็จแล้วเดินออกมา