ระหว่างทางกลับ ทั้งสามคนเงียบผิดปกติ ไม่มีใครพูดถึงเรื่องเหลียงเจาตี้อีก
ทุกคนคิดว่านี่เป็นเพียงเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เพราะถึงอย่างไรก็เป็นแค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญพบกัน
ทั้งสามหิวกันมาทั้งวัน แถมยังหมดอารมณ์จะเดินเที่ยวต่อ จึงซื้อซาลาเปามาสองสามลูกกินรองท้อง แล้วขึ้นรถกลับบ้าน
พอกลับถึงบ้าน ซูหนีอานก็รีบจัดการเรื่องทำเกี๊ยวให้เป็นงานเร่งด่วนทันที
ไป๋อวี่เยี่ยนมองซูหนีอานนวดแป้งอย่างคล่องแคล่ว แล้วอดเอ่ยขึ้นไม่ได้ว่า “หนีอาน เธอนวดแป้งเก่งจังเลยนะ”
เรื่องอื่นซูหนีอานไม่กล้ารับรอง แต่เรื่องทำอาหาร เธอชำนาญจนทำได้คล่องมือแล้ว
“เดี๋ยวพวกคุณลองชิมดูนะ แป้งเกี๊ยวของฉันบาง ไส้เยอะ รับรองว่าหอมอร่อยสุด ๆ”
พอได้ยินซูหนีอานพูดแบบนั้น ไป๋อวี่เยี่ยนก็ขำขึ้นมาทันที
กู้ชิงอวี่ผ่าฟืนเสร็จที่ลานหลังบ้านแล้ว ก็ยกฟืนที่ผ่าไว้เข้ามาในบ้าน
“จุดไฟได้หรือยัง?” เขาถาม
“ยังไม่ได้เริ่มห่อเกี๊ยวเลย ไม่ต้องรีบหรอก” ซูหนีอานพูดพลางนวดแป้งไปด้วย
ตอนห่อเกี๊ยว ผู้หญิงทั้งสามคนของตระกูลกูก็ลงมือช่วยกัน แน่นอนว่าซูหนีอานห่อได้เร็วและสวยที่สุด
เมื่อก่อนตระกูลกูไม่เคยมีภาพทุกคนนั่งล้อมวงห่อเกี๊ยวด้วยกันแบบนี้ ไป๋อวี่เยี่ยนกับกู้ชิงหยวนจึงรู้สึกแปลกใหม่มาก
ซูหนีอานสอนวิธีห่อเกี๊ยวให้ทั้งสองคนอยู่หลายแบบ แต่ทั้งคู่มือไม่ค่อยคล่อง ห่อออกมาแล้วหน้าตาไม่สวยเอาเสียเลย
กู้ชิงอวี่เดินวนอยู่ข้างซูหนีอานตลอด แต่น่าเสียดายที่ซูหนีอานไม่มีเวลาสนใจเขา