นี่มันก็จริงนะ เมื่อคืนทั้งสองคนยังเขม่นกันอยู่เลย แต่วันนี้คนที่เคยมาหาเรื่องกลับเป็นฝ่ายทักซูหนีอานก่อน แถมยังถามว่าอยากเป็นเพื่อนกับเธอไหม
“ได้!” ซูหนีอานไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ตอบสั้น ๆ คำเดียวก็ทำให้หลิวเจียเจียดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
พอกลับถึงบ้าน ไป๋อวี่เยี่ยนก็รีบเดินออกมาต้อนรับ พลางยิ้มถามว่า “อานอาน วันนี้เย็บเสื้อไปถึงไหนแล้วจ๊ะ”
ในมือซูหนีอานยังถือเสื้อที่เพิ่งเย็บเสร็จอยู่สองตัว ถึงจะยังไม่ได้ปักลาย แต่ก็สวมใส่ได้แล้ว
“แม่ หนูเย็บเสร็จสองตัวแล้ว แม่อยากดูไหมคะ” ซูหนีอานถาม
“เอ๊ะ ดูได้เหรอจ๊ะ” ไป๋อวี่เยี่ยนมีท่าทางตื่นเต้นเล็กน้อย
สะใภ้ทำเสื้อผ้าเป็นแบบนี้ นับว่าแปลกใหม่ไม่น้อย ไป๋อวี่เยี่ยนจึงตั้งตารออย่างมาก
ซูหนีอานเข้าไปในห้องแล้วลองสวมเสื้อทันที พอเดินออกมา ไป๋อวี่เยี่ยนก็มองจนตาค้าง
“นี่... นี่สวยจริง ๆ...” ไป๋อวี่เยี่ยนอดพูดออกมาไม่ได้ พลางลูบเนื้อผ้าบนตัวซูหนีอาน
เสื้อผ้าที่ซูหนีอานออกแบบยังผสมผสานลักษณะของยุคสมัยนี้เอาไว้ จึงไม่ดูแปลกแยก อีกทั้งยังขับรูปร่างของผู้สวมให้ดูดีขึ้นด้วย
“สวยก็ดีแล้ว พรุ่งนี้หนูจะเย็บให้ทุกคนคนละตัวนะคะ” ซูหนีอานพูดยิ้ม ๆ
“จริงเหรอจ๊ะ ฉัน... แม่ไม่รู้เลยว่าเธอเย็บปักถักร้อยเก่งขนาดนี้ งั้นก็ต้องรบกวนเธอแล้วนะ หนีอาน”
ที่จริงไป๋อวี่เยี่ยนยังรู้สึกเกรงใจอยู่บ้างที่ต้องให้สะใภ้เย็บเสื้อให้
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่กรุงจิง เธอเคยสั่งตัดเสื้อกับเจ้าของร้านตัดเสื้อ ทั้งยังเป็นแบบออกแบบให้เฉพาะตัว แต่ไม่มีชุดไหนสวยเท่าชุดที่ซูหนีอานสวมอยู่เลย