หมู่บ้านจะใหญ่สักแค่ไหนกันเชียว
ดังนั้น ซูหนีอานจึงเดินตามเจ้าหน้าที่หวังไปได้ไม่นาน ก็มาถึงบริเวณบ้านดินเผาที่พวกเยาวชนปัญญาชนอาศัยอยู่รวมกัน
ตอนนี้ทุกบ้านกำลังกินมื้อเย็นกันพอดี ซูหนีอานได้กลิ่นหอมของข้าวลอยมาแตะจมูกจาง ๆ
แต่เธอกลับไม่ได้กลิ่นหอมของกับข้าวเลยสักนิด
อยู่ชนบท ทุกคนแค่กินให้อิ่มก็พอแล้ว ใครจะยอมใส่น้ำมันกับเกลือมาก ๆ กันล่ะ
ซูหนีอานจึงคาดว่า กับข้าวที่ทุกคนทำกันตอนนี้คงไม่มีจานไหนอร่อยสักเท่าไร
แต่เรื่องพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่ซูหนีอานต้องกังวล เธอแค่ห่วงตัวเองกับครอบครัวของพระเอกก็พอ
“คนตระกูลกู้มีจำนวนค่อนข้างมาก เลยจัดบ้านดินเผาแยกให้พวกเขาหลังหนึ่ง อยู่ตรงสุดทางโน้น” เจ้าหน้าที่หวังอธิบายให้ซูหนีอานฟัง
“ค่ะ”
ในที่สุดก็จะได้เจอพระเอกกับครอบครัวของเขาแล้ว พูดตามตรง ตอนนี้ซูหนีอานค่อนข้างประหม่า
ในนิยายบรรยายว่าปู่ของพระเอกมียศถึงระดับผู้บัญชาการใหญ่ แต่เพราะยืนอยู่ผิดฝ่าย จึงถูกคู่แข่งใส่ร้าย ตอนนี้เลยถูกส่งลงประจำหมู่บ้านในชนบท
คนตระกูลกู้ล้วนมีการศึกษา มีเหตุผล และปกป้องพวกพ้อง ตามที่นิยายบรรยายไว้ แม่ของพระเอกเป็นสตรีที่เติบโตมาในตระกูลนักปราชญ์ นิสัยอ่อนโยนและใจกว้างมาก
ซูหนีอานคิดว่า ตราบใดที่อีกฝ่ายเป็นคนดี เธอก็คงเข้ากับพวกเขาได้ไม่ยาก
ระหว่างทางแทบไม่เจอใครเลย นาน ๆ ครั้งถึงจะพบพวกเยาวชนปัญญาชนสักหนึ่งหรือสองคน อีกฝ่ายก็รีบเข้ามาทักทายเจ้าหน้าที่หวังที่เดินอยู่ข้างซูหนีอานอย่างกระตือรือร้น
