ไป๋อวี่เยี่ยนจ้องซูหนีอาน ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอ่ยถามว่า “คุณเป็นลูกสาวตระกูลซูหรือเปล่า”
“ใช่ค่ะ แต่ก่อนมาที่นี่ ฉันเขียนหนังสือตัดสัมพันธ์กับตระกูลซูไปแล้วค่ะ คือ...ซูอ้ายกั๋วบังคับให้ฉันเขียนค่ะ” สีหน้าของซูหนีอานดูราวกับใกล้จะร้องไห้ ใครเห็นก็ต้องรู้สึกว่าเธอน่าสงสารเหลือเกิน
แต่กู้ชิงอวี่ที่เคยเห็นธาตุแท้ของเธอมาแล้ว ย่อมไม่หลงกล
ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว ทว่าภายใต้แสงจันทร์ กู้ชิงอวี่ยังมองออกว่าใต้ดวงตาคู่น่าสงสารของซูหนีอาน ต้องซ่อนแววเจ้าเล่ห์เอาไว้อยู่แน่
แม้เผชิญหน้ากับฝ่ามือของคนแปลกหน้า ซูหนีอานก็ยังสงบนิ่งไม่หวั่นไหวได้
กู้ชิงอวี่มั่นใจว่า ต่อให้ตอนนั้นเขาไม่ได้ขวางฝ่ามือนั้นไว้ ซูหนีอานก็ต้องหาทางหลบได้แน่ ผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางยอมให้ตัวเองเสียเปรียบหรอก
“ฉัน...ฉันไม่มีที่ไปแล้วค่ะ วันนี้ต่อรถมาหลายต่อกว่าจะมาถึงที่นี่” ซูหนีอานมองไป๋อวี่เยี่ยนที่ทั้งสวยและใจดีตรงหน้า แล้วพยายามบีบน้ำตาให้ไหลออกมาสักสองสามหยด
ไป๋อวี่เยี่ยนขมวดคิ้วแน่น คิดไม่ถึงเลยว่าตระกูลซูจะทำถึงขนาดนี้ เพียงเพื่อจะตัดขาดความเกี่ยวข้องกับตระกูลกู้
“หนีอาน เข้ามาข้างในกับฉันก่อนนะ ข้างนอกอากาศเย็น” ไป๋อวี่เยี่ยนมองซูหนีอาน ตอนนี้ความสงสารที่มีต่อเธอแทบจะถึงขีดสุดแล้ว
เธอโอบไหล่ซูหนีอาน เตรียมพาเธอเข้าไปในบ้าน
แต่พอหันไปเห็นลูกชายไม่ได้เรื่องของตัวเอง ก็อดถลึงตาใส่กู้ชิงอวี่ไม่ได้
กู้ชิงอวี่ทำเหมือนไม่เห็นอะไรทั้งนั้น อย่าว่าแต่คนที่มาวันนี้จะเป็นซูหนีอานเลย ต่อให้เป็นซูซีซี เขาก็ไม่มีทางยอมรับการแต่งงานครั้งนี้อยู่ดี
