ชายหนุ่มมองซูหนีอานแวบหนึ่ง ใบหน้ายังคงไร้อารมณ์เช่นเดิม
เขาพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย แล้วเดินผ่านเธอไป
เชอะ หล่อแล้วได้อะไร? เย็นชาเหมือนภูเขาน้ำแข็งแบบนี้ สงสัยทั้งชีวิตคงไม่มีผู้หญิงคนไหนยอมแต่งงานกับเขา
ยุคนี้ไม่ค่อยนิยมผู้ชายเย็นชาแบบนี้หรอก ผู้หญิงมีแต่จะรู้สึกว่าเขาเย็นยะเยือก ไร้ความโรแมนติก
ซูหนีอานบ่นพึมพำในใจพลางเดินเข้าห้องน้ำ พอออกมาก็เผลอกวาดสายตามองรอบ ๆ แต่ไม่เห็นชายคนนั้นแล้ว
เมื่อกลับมาถึงที่นั่ง ซูหนีอานก็พบว่าเยาวชนปัญญาชนชายที่นั่งตรงข้ามเธอเปลี่ยนที่กับชายวัยกลางคนที่นั่งข้างเขาแล้ว
ตอนนี้เขายังคงคุยกับเยาวชนปัญญาชนหญิงที่นั่งข้างเธออย่างออกรส
ไม่รู้ทำไม ซูหนีอานถึงรู้สึกว่าเยาวชนปัญญาชนชายหน้าตุ๊กตาคนนี้ไม่ใช่คนดี น่าจะเป็นพวกเจ้าชู้เก่ง
อีกฝ่ายคงถนัดการเสแสร้งมาก ตั้งแต่แรกแม้แต่เธอยังถูกหลอก คิดว่าเขาเป็นคนใสซื่อ มีภาพลักษณ์เหมือนนักศึกษาหนุ่มบริสุทธิ์ไร้เดียงสา
โชคดีที่นั่งรถไฟจากกรุงจิงไปแขวงจี้ไม่ไกล ใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงก็ถึง
พอรถไฟถึงสถานี ฝูงชนจำนวนมากก็กรูกันลงจากรถไฟทันที
จะว่าไปแล้ว คนลงจากรถไฟที่สถานีนี้ก็ไม่น้อยเลย
ซูหนีอานไม่ได้เป็นเยาวชนปัญญาชนที่ลงชนบท จึงไม่มีใครมารับ หลังลงจากรถไฟ เธอก็ไปหารถโดยสารทันที เพื่อเดินทางไปที่ตำบลก่อน
สถานที่ที่ตระกูลกู้ถูกส่งลงประจำหมู่บ้านคือหมู่บ้านแห่งหนึ่งชื่อหมู่บ้านหงเหอ และหากจะไปหมู่บ้านหงเหอ ต้องนั่งรถโดยสารไปตำบลชิงเฉียวก่อน
เพื่อให้ทันรถ ซูหนีอานไม่มีเวลาแม้แต่จะกินอะไร รีบไปสถานีรถโดยสารซื้อตั๋วขึ้นรถทันที
โชคดีที่ทุกอย่างค่อนข้างราบรื่น หลังขึ้นรถโดยสารแล้ว ระหว่างทางก็ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
แต่พอมาถึงตำบลก็เป็นเวลาบ่ายสามโมงกว่าแล้ว
ซูหนีอานที่แทบไม่ได้กินอะไรทั้งวันรู้สึกว่าตัวเองหิวจนท้องกิ่ว แต่วันนี้ไม่ใช่วันตลาดนัดในตำบล เธอเดินหาอยู่รอบหนึ่งกว่าจะเจอร้านเกี๊ยวรัฐวิสาหกิจที่ยังเปิดอยู่
